ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 200 จุด ขณะที่นักลงทุนขานรับความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
ณ เวลา 20.58 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ บวก 204.75 จุด หรือ 0.41% สู่ระดับ 49,730.92 จุด
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและอัตราผลตอบพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพลิกร่วงลงในวันนี้ หลังอิหร่านเปิดเผยว่า สหรัฐส่งข้อเสนอสันติภาพชุดใหม่ผ่านทางปากีสถาน
นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวในวันนี้ว่า แม้สหรัฐประกาศปฏิเสธข้อเสนอแผนสันติภาพ 14 ข้อของอิหร่าน แต่สหรัฐได้ส่งข้อเสนอฉบับปรับปรุงชุดหนึ่งมายังอิหร่านผ่านทางปากีสถาน
นายบาเกอีกล่าวว่า การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไป
ทั้งนี้ อิหร่านและสหรัฐได้แลกเปลี่ยนข้อเสนอหลายชุดเกี่ยวกับเงื่อนไขในการยุติความขัดแย้งผ่านทางปากีสถานในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังการหยุดยิงในเดือนเมษายน ซึ่งยุติการสู้รบที่ดำเนินนาน 40 วัน
'หลังจากที่อิหร่านส่งแผน 14 ข้อไปยังสหรัฐผ่านทางปากีสถาน ฝ่ายสหรัฐก็ได้ส่งข้อพิจารณาของตนเองกลับมา และเราก็ได้ส่งข้อพิจารณาของเราเพื่อตอบกลับเช่นกัน แม้ว่าฝ่ายอเมริกันจะประกาศต่อสาธารณะว่าแผนดังกล่าวถูกปฏิเสธ แต่เราได้รับชุดข้อเสนอและข้อพิจารณาฉบับปรับปรุงจากมุมมองของพวกเขา ผ่านทางปากีสถาน' นายบาเกอีกล่าว
ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นในช่วงแรก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 110 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ทะลุ 106 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมทั้งความวิตกเกี่ยวกับการลดลงของปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลก
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เวลาของอิหร่านกำลังหมดลง และพวกเขาควรรีบดำเนินการอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะไม่เหลืออะไรเลย
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เปิดเผยรายงานประจำเดือนพ.ค.ระบุว่า ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกกำลังลดลงในอัตราที่รวดเร็วเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด
IEA ระบุว่า "ปริมาณสำรองที่หดตัวลงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมัน อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในอนาคต"
ขณะเดียวกัน รายงานของธนาคารยูบีเอส (UBS) ของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกอาจลดลงใกล้ระดับต่ำสุดตลอดกาลที่ 7.6 พันล้านบาร์เรลภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม หากความต้องการใช้น้ำมันยังคงอยู่ในระดับเดิม