บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (6 ก.ค.) ว่า บริษัทจะลงทุน 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในรัฐเท็กซัส พร้อมย้ายการผลิตรถกระบะรุ่น Tacoma บางส่วนจากเม็กซิโกมายังสหรัฐฯ
โรงงานแห่งใหม่จะตั้งอยู่ภายในศูนย์การผลิตของโตโยต้าในเมืองซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส มีพื้นที่ 2.5 ล้านตารางฟุต และมีกำหนดเปิดดำเนินการภายในปี 2573 โดยคาดว่าจะสร้างงานประมาณ 2,000 ตำแหน่ง เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ บริษัทจะย้ายการผลิตรถกระบะขนาดกลางรุ่น Tacoma จากโรงงานในรัฐบาฮากาลิฟอร์เนียของเม็กซิโกมายังโรงงานแห่งนี้
อย่างไรก็ตาม โตโยต้าจะยังคงผลิตรถกระบะ Tacoma ที่โรงงานในรัฐกัวนาวาโตของเม็กซิโกต่อไป ปัจจุบันบริษัทผลิตรถกระบะ Tundra และรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ที่โรงงานประกอบในเมืองซานอันโตนิโอ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับโรงงานแห่งใหม่ และยังเตรียมเปิดโรงงานผลิตเพลาหลังขนาด 500,000 ตารางฟุตในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้
การลงทุนครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ผลักดันให้ผู้ผลิตรถยนต์ย้ายฐานการผลิตมายังสหรัฐฯ พร้อมปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และชิ้นส่วนรถยนต์
แม้จะขยายการลงทุนในสหรัฐฯ แต่โตโยต้ายืนยันว่า บริษัทยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจในเม็กซิโก แคนาดา และสหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์ขยายข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์มองว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาห่วงโซ่การผลิตรถยนต์แบบบูรณาการในภูมิภาค
ทั้งนี้ โตโยต้าเคยย้ายการผลิตรถกระบะ Tacoma จากเมืองซานอันโตนิโอไปยังโรงงานในรัฐกัวนาวาโตเมื่อปี 2563 ควบคู่กับโรงงานในรัฐบาฮากาลิฟอร์เนีย ซึ่งผลิตรถรุ่นดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2547
เกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ระบุว่า โครงการลงทุนดังกล่าวจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนอื่น ๆ
ขณะที่โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า การลงทุนของโตโยต้าเป็นหนึ่งในหลายโครงการที่เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งประกอบด้วยการขึ้นภาษีนำเข้า การผ่อนคลายกฎระเบียบ และการลดภาษี
เมื่อปีที่แล้ว อากิโอะ โตโยดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโตโยต้า สวมเสื้อยืดหาเสียง Trump-Vance 2024 และสวมหมวกสีแดง Make America Great Again ของทรัมป์ ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากทรัมป์ แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ โตโยต้ายังประสบความสำเร็จในการผลักดันให้รัฐสภาและทำเนียบขาวยกเลิกกฎควบคุมการปล่อยมลพิษของรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมถึงข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่ในขณะเดียวกัน บริษัทก็ต้องเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐจากมาตรการภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์เช่นกัน
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์