ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวก 276.31 จุด รับความหวังเจรจาสันติภาพอิหร่านคืบหน้า

ข่าวต่างประเทศ Friday May 22, 2026 06:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ว่าทั้งสองฝ่ายยังคงมีความขัดแย้งกันเกี่ยวกับคลังสำรองยูเรเนียมของอิหร่านและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,285.66 จุด เพิ่มขึ้น 276.31 จุด หรือ +0.55%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,445.72 จุด เพิ่มขึ้น 12.75 จุด หรือ +0.17% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,293.10 จุด เพิ่มขึ้น 22.74 จุด หรือ +0.09%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวน โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงในช่วงแรก ก่อนที่จะดีดตัวขึ้นสู่แดนบวกในเวลาต่อมา หลังจากราคาน้ำมันอ่อนแรงลง ท่ามกลางสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีสัญญาณที่ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็เตือนว่าข้อตกลงทางการทูตระหว่างสองประเทศจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ หากอิหร่านใช้ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ ด้านแหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับสื่อว่า ขณะนี้ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงใด ๆ กับสหรัฐฯ แต่ความเห็นต่างของทั้งสองฝ่ายเริ่มลดน้อยลงบ้างแล้ว โดยประเด็นการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ออกคำสั่งว่า คลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะต้องไม่ถูกส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเชื่อว่าการส่งวัสดุดังกล่าวออกไปต่างประเทศ จะทำให้อิหร่านมีความเปราะบางต่อการถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีในอนาคต ซึ่งความเคลื่อนไหวของอิหร่านถือเป็นการแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ในการทำข้อตกลงสันติภาพ

ทั้งนี้ ตามการประเมินของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) พบว่า อิหร่านมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับ 60% มากกว่า 440 กิโลกรัม โดยยูเรเนียมดังกล่าวถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านที่ถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีระหว่างสงคราม 12 วันในเดือนมิ.ย. 2568

หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคพุ่งขึ้น 1.03% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวขึ้น 0.77% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง 1.63% ตามด้วยหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง 1.01%

สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Walmart ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วงลง 7.3% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์กำไรในไตรมาส 2 ที่ต่ำกว่าการประเมินของนักวิเคราะห์ และยังคงเป้าหมายตัวเลขกำไรรายปีไว้เท่าเดิม ขณะที่จอห์น เดวิด เรนีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินของ Walmart กล่าวว่า ผู้บริโภคกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และหากสภาพแวดล้อมที่มีต้นทุนสูงเช่นนี้ยังคงดำเนินต่อไป ทางบริษัทคาดว่าเงินเฟ้อของราคาขายปลีกจะสูงขึ้นในไตรมาส 2 และในช่วงครึ่งปีหลัง

ส่วนหุ้นบริษัทค้าปลีกรายอื่น ๆ ปรับตัวลงตามกัน โดยหุ้น Casey's General Stores ร่วงลง 3.3% และหุ้น Costco Wholesale ลดลง 2.2%

ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia SE Semiconductor Index) ปรับตัวขึ้น 1.3% หลังจากบริษัท Nvidia ผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของสหรัฐฯ ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 1 และยังได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่ง รวมทั้งประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม หุ้น Nvidia ปิดตลาดปรับตัวลง 1.8% เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร ขณะเดียวกันนักลงทุนมองว่า Nvidia อาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นจากบริษัทคู่แข่งด้านการผลิตชิป อย่าง Intel และ Advanced Micro Devices (AMD)

หุ้น IBM พุ่งขึ้น 12.4% หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะให้เงินทุนแก่บรรดาบริษัทด้านควอนตัมคอมพิวติ้ง รวมถึงกิจการร่วมค้าแห่งใหม่ของ IBM เพื่อแลกกับการที่รัฐบาลจะเข้ามาถือหุ้นในบริษัทเหล่านี้ ทั้งนี้ ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นธุรกิจควอนตัมคอมพิวติ้งรายอื่น ๆ ปรับตัวขึ้นตามกัน โดยหุ้น GlobalFoundries พุ่งขึ้น 14.9%, หุ้น D-Wave Quantum ทะยานขึ้น 33.4%, หุ้น Rigetti Computing พุ่งขึ้น 30.6% และหุ้น Infleqtion พุ่งขึ้น 31.5%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 3,000 ราย สู่ระดับ 209,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 213,000 ราย

เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนพ.ค.ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 48 เดือน จากระดับ 54.5 ในเดือนเม.ย. โดยดัชนี PMI อยู่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตมีการขยายตัว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ