ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นในวันนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ดี ช่วงบวกของตลาดถูกจำกัด หลังราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นในวันนี้
ณ เวลา 21.14 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 50,676.33 จุด บวก 32.05 จุด หรือ 0.06%
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 96 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ทะลุ 90 ดอลลาร์ หลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) เปิดเผยว่า อิหร่านได้ทำการโจมตีสหรัฐในช่วงเช้าวันนี้ โดยมุ่งเป้าไปยังฐานทัพอากาศของสหรัฐ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ต่อเมืองท่าบันดาร์อับบาส ทางตอนใต้ของอิหร่าน
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 3.5% ในเดือนมี.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.5% จากระดับ 0.7% ในเดือนมี.ค.
ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 3.2% ในเดือนมี.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.3% ในเดือนมี.ค.
ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)