ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่านเปิดเผยว่า การนำเข้าและส่งออกของอิหร่านลดลงเกือบ 35% ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และการปิดล้อมทางทะเล ขณะที่รัฐบาลอิหร่านยอมรับว่าเศรษฐกิจกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น หลังสงครามดำเนินมาเป็นเวลา 6 เดือน
แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินมาตรการทางการเงินต่ออิหร่าน โดยรัฐบาลสหรัฐฯ เรียกแนวทางดังกล่าวว่าเป็น วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ
สหรัฐฯ เตือนประเทศอื่นว่า หากยังค้าขายหรือทำธุรกิจกับอิหร่าน ก็อาจถูกสหรัฐฯ ลงโทษตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังไม่ได้มุ่งเป้าไปที่คู่ค้ารายใหญ่ของอิหร่าน เช่น จีนและอินเดีย
รัฐบาลสหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรแบงก์ มิสร (Banque Misr) ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของอียิปต์ จากการทำธุรกิจกับอิหร่าน พร้อมเสนอให้ระงับการทำธุรกรรมเงินดอลลาร์สหรัฐของสาขาธนาคารดังกล่าวในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่ธนาคารกลางอียิปต์ระบุว่าอยู่ระหว่างหารือเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังได้ดำเนินมาตรการต่อบริษัทแห่งหนึ่งในฮ่องกงและบุคคลหนึ่งรายที่มีความเชื่อมโยงกับธนาคารเมลลี (Bank Melli) ของอิหร่าน
แม้เผชิญแรงกดดันด้านการค้า แต่อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้ราว 90 ล้านบาร์เรลในช่วงข้อตกลงระยะสั้นกับสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิ.ย. ซึ่งเปิดทางให้อิหร่านส่งออกน้ำมันได้เป็นการชั่วคราว
ขณะเดียวกัน อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้น ทั้งเงินเฟ้อ การว่างงาน และราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อรายปีของอิหร่านอยู่ที่ 66% เมื่อเดือนที่แล้ว
ด้านความพยายามทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป โดยชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล ธานี นายกรัฐมนตรีกาตาร์ เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่อิหร่านในกรุงเตหะรานเมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อผลักดันให้กลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเสรี
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่าการหารือดังกล่าวเป็นการหารือที่สร้างสรรค์ โดยกาตาร์และปากีสถานมีบทบาทในการช่วยไกล่เกลี่ยข้อตกลงเมื่อเดือนมิ.ย. ซึ่งนำไปสู่การหยุดยิงช่วงสั้น ๆ ก่อนที่ความขัดแย้งเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้ข้อตกลงล่มลง
สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด โดยผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ สามารถเก็บกู้ทุ่นระเบิดทางทะเลของอิหร่านออกจากช่องแคบดังกล่าวแล้ว ขณะที่ทรัมป์กล่าวหลายครั้งว่าเส้นทางเดินเรือเปิดใช้งานได้
อย่างไรก็ตาม กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ และยืนยันว่าเรือยังไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากอิหร่าน
ข้อมูลการเดินเรือเบื้องต้นระบุว่า มีเรือขนส่งสินค้าเพียง 7 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพฤหัสบดี ลดลงจาก 17 ลำในวันพุธ และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 วันที่อยู่ที่ 15 ลำต่อวัน
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช