ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันอังคาร (2 มิ.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากบริษัท STMicroelectronics เปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี การพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อยูโรโซนได้สกัดแรงบวกในตลาด
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 625.34 จุด เพิ่มขึ้น 4.10 จุด หรือ +0.66%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,209.09 จุด เพิ่มขึ้น 62.50 จุด หรือ +0.77%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,124.17 จุด เพิ่มขึ้น 121.13 จุด หรือ +0.48% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,373.51 จุด เพิ่มขึ้น 34.56 จุด หรือ +0.33%
หุ้น STMicroelectronics ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ ทะยานขึ้น 15.1% แตะระดับ 68.26 ยูโร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2543 หลังจากบริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ธุรกิจศูนย์ข้อมูล ซึ่งส่งสัญญาณถึงความต้องการที่แข็งแกร่งจากกระแสความนิยมในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ STMicroelectronics เป็นปัจจัยหนุนหุ้นบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยหุ้น Infineon พุ่งขึ้น 9.5% และหุ้น Schneider Electric ปรับตัวขึ้น 4%
หุ้น Prosus ซึ่งเป็นบริษัทการลงทุนด้านเทคโนโลยีของเนเธอร์แลนด์ พุ่งขึ้น 9.4% หลังจากหนังสือพิมพ์ Financial Times รายงานว่า บริษัท Tencent ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในพอร์ตการลงทุนของ Prosus เตรียมเปิดตัวระบบ AI Agent สำหรับผู้ใช้งานชาวจีนจำนวน 1.4 พันล้านคนบนแพลตฟอร์มส่งข้อความ WeChat
ตลาดหุ้นยุโรปยังได้ปัจจัยบวกจากสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน โดยสำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานในวันอังคารว่า อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ และคาดว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงเพื่อขยายเวลาการหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ตาม ตลาดลดช่วงบวก หลังจากสำนักงานสถิติแห่งยุโรป (Eurostat) รายงานในวันอังคารว่า อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนพุ่งขึ้นแตะระดับ 3.2% ในเดือนพ.ค. จากระดับ 3.0% ในเดือนเม.ย. โดยอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ค.ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี มีสาเหตุมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและราคาในภาคบริการ
ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมสัปดาห์หน้า