ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดร่วง วิตกตลาดหุ้นสหรัฐทรุดหนัก,ราคาน้ำมันดิ่งฉุดหุ้นพลังงาน

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday February 9, 2018 07:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (8 ก.พ.) โดยได้รับปัจจัยกดดันจากการร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นสหรัฐ อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลที่ว่า การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด นอกจากนี้ การร่วงลงของราคาน้ำมันยังได้ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงด้วย

ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วงลง 1.6% ปิดที่ 374.03 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,151.68 จุด ลดลง 104.22 จุด หรือ -1.98% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,260.29 จุด ลดลง 330.14 จุด หรือ -2.62% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,170.69 จุด ลดลง 108.73 จุด หรือ -1.49%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อการร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงไปกว่า 1,000 จุดเมื่อคืนนี้ หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่า เฟด อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดในปีนี้ เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีดีดตัวสู่ระดับ 2.878% ซึ่งใกล้แตะระดับสูงสุดในนรอบ 4 ปี ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.164% เมื่อคืนนี้ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 221,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 45 ปี สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 232,000 ราย

หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยหุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ ร่วงลง 2.1% ขณะที่หุ้นบีพี ปรับตัวลง 0.8% และหุ้นลันดิน ปิโตรเลียม ร่วงลง 2.4%

ส่วนหุ้นเหมืองแร่ร่วงลงเช่นกัน โดยหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ร่วงลง 2.5% หุ้นแรนด์โกลด์ รีซอสเซส ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองทองคำรายใหญ่ของยุโรป ร่วงลง 2.4% หุ้นอันโตฟากัสตา ดิ่งลง 2.5% หุ้นเกลนคอร์ ร่วงลง 3.3% และหุ้นริโอทินโต ปรับตัวลง 3.2%

หุ้นธนาคารโซซิเอเต เจเนอราล (ซอคเจน) ดีดตัวขึ้น 2% หลังจากธนาคารเปิดเผยกำไรในไตรมาส 4/2560 ที่ระดับ 69 ล้านยูโร หรือประมาณ 85.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ