ดาวโจนส์บวกเล็กน้อย นักลงทุนจับตาผลประกอบการธนาคารสหรัฐ

ข่าวหุ้น-การเงิน 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 21:44 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ขยับขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ

ณ เวลา 21.28 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 24,949.14 จุด เพิ่มขึ้น 24.25 จุด หรือ 0.10%

ถึงแม้ดัชนีดาวโจนส์ชะลอตัวในวันนี้ แตะเมื่อพิจารณาการปรับตัวทั้งสัปดาห์นี้ คาดว่าดาวโจนส์จะพุ่งขึ้นมากกว่า 1%

หุ้นกลุ่มการเงินดิ่งลงนำตลาดวันนี้

ขณะนี้บริษัทราว 5% ในดัชนี S&P 500 ได้รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 2 แล้ว โดยมีกำไรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 16.37% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนจะเพิ่มขึ้น 20% หลังจากพุ่งขึ้น 24% ในไตรมาสแรก

เจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐเมื่อพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์ เปิดเผยว่า ทางธนาคารมีกำไรพุ่งขึ้น 18% ในไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 9.4% โดยแตะระดับ 8.32 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ เจพีมอร์แกน เชส ระบุว่า ธนาคารมีกำไร 2.29 ดอลลาร์/หุ้นในไตรมาส 2 มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.22 ดอลลาร์/หุ้น และเป็นไตรมาสที่ 14 ติดต่อกันที่ธนาคารมีกำไรสูงกว่าคาด

นอกจากนี้ ธนาคารมีรายได้ 2.84 พันล้านดอลลาร์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.74 พันล้านดอลลาร์

ทางด้านซิตี้กรุ๊ป เปิดเผยว่า ทางธนาคารมีกำไรในไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่รายได้ต่ำกว่าคาด โดยธนาคารมีกำไร 1.63 ดอลลาร์/หุ้น ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.56 ดอลลาร์/หุ้น ขณะที่ธนาคารมีรายได้ 1.8469 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.8512 หมื่นล้านดอลลาร์

เวลส์ ฟาร์โก ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของสหรัฐ เมื่อพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์ เปิดเผยว่า ทางธนาคารมีกำไร และรายได้ในไตรมาส 2 ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ทั้งนี้ เวลส์ ฟาร์โก ระบุว่า ธนาคารมีกำไร 1.08 ดอลลาร์/หุ้น ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.12 ดอลลาร์/หุ้น นอกจากนี้ ธนาคารยังเปิดเผยตัวเลขรายได้ในไตรมาส 2 ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งบ่งชี้ว่าธนาคารยังคงได้รับผลกระทบจากกรณีอื้อฉาวจากการที่พนักงานสร้างบัญชีลูกค้าปลอมจำนวนกว่า 2 ล้านบัญชีเพื่อเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ด้านการเงินของธนาคาร

ราคาหุ้นของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันดิ่งลงในวันนี้ หลังจากที่คณะลูกขุนในศาลรัฐมิสซูรีมีคำสั่งให้บริษัทจ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวน 4.69 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.56 แสนล้านบาท แก่ผู้หญิง 22 คนซึ่งป่วยเป็นมะเร็งในรังไข่ หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์แป้งโรยตัวของบริษัท ซึ่งรวมถึงแป้งเด็กจอห์นสัน ที่มีส่วนผสมของทัลคัม

วงเงินชดเชยดังกล่าวแบ่งเป็นวงเงินลงโทษสำหรับความเสียหายจำนวน 4.14 พันล้านดอลลาร์ และวงเงินชดเชยความเสียหายจำนวน 550 ล้านดอลลาร์

คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นการสั่งจ่ายเงินชดเชยในวงเงินสูงที่สุดที่บริษัทจอห์นสันเผชิญในข้อหาดังกล่าว

ทั้งนี้ ฝ่ายโจทก์ระบุว่า ได้ป่วยเป็นมะเร็งในรังไข่ หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์แป้งโรยตัวของบริษัทเป็นเวลานานหลายสิบปี และกล่าวหาว่าบริษัททราบมาโดยตลอดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทปนเปื้อนแร่ใยหิน แต่ไม่ได้แจ้งเตือนผู้บริโภคถึงความเสี่ยงดังกล่าว

บริษัทจอห์นสันออกแถลงการณ์ระบุว่า การพิจารณาคดีดังกล่าวไม่เป็นธรรม และบริษัทจะยื่นอุทธรณ์เพื่อสู้คดีต่อไป

ขณะนี้ บริษัทจอห์นสันกำลังต่อสู้กับคดีความดังกล่าวราว 9,000 คดี โดยบริษัทระบุว่าผลิตภัณฑ์แป้งโรยตัวของบริษัทไม่ได้เป็นสาเหตุก่อให้เกิดมะเร็ง และไม่มีสารประกอบของแร่ใยหิน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ