ข่าวอินโฟเควสท์
08:27 ภาวะตลาดทองแดงนิวยอร์ก: เงินดอลล์แข็งค่า ฉุดทองแดงปิดลบ 0.7%   สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงิน…
08:26 "อรอร อัครเศรณี" ขายหุ้น EIC หมดพอร์ต 14.9207%   สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่าเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านม…
08:22 ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: สัญญาถั่วเหลืองปิดลบ เหตุดีมานด์ส่งออกซบเซา   ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) สัญญาสินค้าโภคภัณฑ…
08:20 จีนขู่ใช้มาตรการตอบโต้หากสหรัฐผ่านกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง   โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้ว่า จีนมีความรู้สึ…
08:16 ปฏิทินหุ้น ประจำวันที่ 16 ต.ค. 2562   ปฏิทินหลักทรัพย์รวบรวมจากข่าวที่บริษัทจดทะเบียนแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ จนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2562 กันยายน 256…

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดลบ 35.34 จุด หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2561 08:01:48 น.

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (9 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้บดบังข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของอังกฤษ

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนลดลง 35.34 จุด หรือ 0.49% ปิดที่ 7,105.34 จุด
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวลง โดยหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ร่วงลง 3.5% ส่วนหุ้นริโอ ทินโต ร่วงลง 3.3%
หุ้นกลุ่มพลังงานได้รับผลกระทบหลังตลาดน้ำมันสหรัฐเข้าสู่ "ภาวะหมี" โดยหุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ ลดลง 0.2% และหุ้นบีพี พีแอลซี ปรับตัวลง 1%
หุ้นกลุ่มธนาคารก็อ่อนตัวลงเช่นกัน โดยหุ้นเอชเอสบีซี ลดลง 1.6% และหุ้นบาร์เคลย์ ลดลง 1.2%

ตลาดหุ้นลอนดอนได้รับปัจจัยกดดันหลังจากที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 2.00-2.25% ในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. มิ.ย. และก.ย. ซึ่งจะส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 4 ครั้งในปีนี้ ส่วนในปีหน้า เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง และอีก 1 ครั้งในปี 2563

นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดมีโอกาสมากกว่า 90% ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า โดยจากการใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 93% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 ในปีนี้

ปัจจัยลบดังกล่าวได้บดบังข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของอังกฤษ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 0.6% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบรายไตรมาส โดยเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2559 หลังจากที่เติบโต 0.4% ในไตรมาส 2 และ 0.2% ในไตรมาส 1

นอกจากนี้ เศรษฐกิจของอังกฤษยังมีการขยายตัวมากกว่ายูโรโซน ซึ่งมีการเติบโตเพียง 0.2% ในช่วงเวลาดังกล่าว
เมื่อเทียบรายปี เศรษฐกิจอังกฤษมีการเติบโต 1.5% ในไตรมาส 3
ข่าวที่เกี่ยวข้อง