ข่าวอินโฟเควสท์
10:54 KTBST มอง SET สัปดาห์นี้ทรงตัวกรอบ 1,665-1,690 จุด แม้มีแรงหนุนจากตปท. แต่ยังรอลุ้นตั้งรัฐบาลใหม่ของไทย   นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบร…
10:54 MBKET ย้ำแผนปี 62 มุ่งสร้างคุณภาพงานวิจัย พร้อมเตรียมเปิดโปรดักส์งานใหม่ รองรับการแข่งขันสูง   นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เมย์…
10:53 พาณิชย์ เผยส่งออก มี.ค.หดตัว -4.88% นำเข้า -7.63% เกินดุลการค้า 2 พันล้านดอลล์   สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการ…
10:52 จีนไฟเขียวโครงการลงทุนสินทรัพย์ถาวรวงเงิน 5.53 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก   คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) ได้อนุมัติโค…
10:41 จีนเผยยอดการลงทุนด้านการคมนาคมยังคงแข็งแกร่งในไตรมาสแรกปีนี้   กระทรวงคมนาคมจีน (MOT) เปิดเผยว่า การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (FAI) ด้านการคมนาคมของ…

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 26.72 จุด วิตกเจรจาการค้าจีน-สหรัฐไม่คืบ,ตลาดจับตาประชุมเฟด

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 20 มีนาคม 2562 06:54:15 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (19 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจจะไม่คืบหน้า หลังจากมีรายงานว่าจีนอาจจะไม่ทำตามข้อเรียกร้องบางอย่างของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐขยายตัวต่ำกว่าคาดในเดือนม.ค. อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ขยับลงไม่มากนัก เนื่องจากตลาดยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,887.38 จุด ลดลง 26.72 จุด หรือ -0.10% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,832.57 จุด ลดลง 0.37 จุด หรือ -0.01% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,723.95 จุด เพิ่มขึ้น 9.47 จุด หรือ +0.12%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนลบเป็นวันแรกในรอบ 5 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับการเจรจาการค้าอีกครั้ง หลังจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนอาจจะไม่ทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐในบางประเด็น ซึ่งรวมถึงประเด็นการปกป้องข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยา โดยรายงานข่าวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่า การเจรจาการค้าระหว่างสองฝ่ายอาจจะไม่คืบหน้า แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อการเจรจาดังกล่าวก็ตาม

นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐซึ่งระบุว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนม.ค. น้อยกว่านักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% อันเนื่องมาจากผลกระทบของยอดสั่งซื้อคอมพิวเตอร์และผลิตภัณฑ์อิเลคทรอนิคส์ที่ร่วงลงอย่างหนัก

หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ ปรับตัวลง 0.7% หุ้นเจพี มอร์แกน ลดลง 0.35% หุ้นซิตี้กรุ๊ป ลดลง 0.5% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ลดลง 0.2% และหุ้นเวลส์ ฟาร์โก ลดลง 0.6%

หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้นพีจีแอนด์อี คอร์ปอเรชั่น ร่วงลง 1.8% หุ้นเอ็กเซลอน ดิ่งลง 1.2% หุ้นเฟิร์สท์เอนเนอร์จี ร่วงลง 2.01% หุ้นดุ๊ค เอนเนอร์จี ลดลง 1.04% หุ้นคอนโซลิเดทเต็ด เอดิสัน อิงค์ ลดลง 1.05%

หุ้นกรุ๊ปฮับ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้านการส่งอาหารทางออนไลน์ ดิ่งลง 8.4% หลังจากนักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์คีย์แบงก์ได้แสดงมุมมองในด้านลบเกี่ยวกับแนวโน้มด้านการใช้จ่ายผู้บริโภค

หุ้นฟอร์ด มอเตอร์ ดีดตัวขึ้น 1.5% หลังจากบริษัทประกาศเพิ่มการผลิตรถยนต์ SUV ในสหรัฐ

ส่วนหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปปรับตัวขึ้นและเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก โดยหุ้น Nvidia ทะยานขึ้น 4% หุ้นไมครอน เทคโนโลยี พุ่งขึ้น 1.9% หุ้นพีเอชแอลเอ็กซ์ เซมิคอนดักเตอร์ ดีดตัวขึ้น 1.3% หุ้นอินเทล ขยับขึ้น 0.13% และหุ้น Xilinx พุ่งขึ้น 1.4%

นักลงทุนจับตาการผลประชุมนโยบายการเงินของเฟดซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่วันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย เพื่อหาสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่ CME Group ระบุว่า จากการใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 0% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือนมี.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนมี.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนมี.ค.จากมาร์กิต, ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนม.ค.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง