ข่าวอินโฟเควสท์
09:00 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดบวก 46.69 จุด เหตุตลาดคลายวิตกสงครามการค้า,"เทเรซา เมย์"ลาออก   ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (24 พ.ค.) …
08:25 ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับ"ทรัมป์"ระบุแนวโน้มสงครามการค้าสหรัฐ-จีนใกล้สิ้นสุด   ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (24 พ.ค.)…
07:29 ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุนักลงทุนเทขายขณะกังวลภาวะศก.สหรัฐ   ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซ…
07:00 ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $1.8 เหตุนลท.เทขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัว   สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (24 พ.ค.) โ…
06:10 ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 72 เซนต์ หลังสหรัฐเผยแท่นขุดเจาะน้ำมันลดลง   สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (…

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 3.12 จุด หลังหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพร่วงกดดันตลาด

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562 06:50:25 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (17 เม.ย.) เนื่องจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพได้บดบังปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียนและข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐและจีน โดยหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า รัฐบาลสหรัฐอาจเปลี่ยนแปลงระบบประกันสุขภาพ ซึ่งรวมถึงการบังคับใช้ฎหมาย "Medicare for All" หรือ "ประกันสุขภาพถ้วนหน้า"

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,449.54 จุด ลดลง 3.12 จุด หรือ -0.01% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,900.45 จุด ลดลง 6.61 จุด หรือ -0.23% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,996.08 จุด ลดลง 4.15 จุด หรือ -0.05%

หุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพร่วงลง หลังจากวุฒิสมาชิกเบอร์นี แซนเดอร์ส นำเสนอร่างกฎหมาย "Medicare for All" หรือประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพและประกันสุขภาพ โดยหุ้นไฟเซอร์ ดิ่งลง 2.5% หุ้นเมิร์ค แอนด์ โค ร่วงลง 4.7% หุ้นแอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส ร่วงลง 4.6% หุ้นอเล็กเซียน ฟาร์มาซูติคอลส์ ร่วงลง 8% หุ้นเดวิตา ดิ่งลง 7.7% หุ้นเอชซีเอ เฮลธ์แคร์ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโรงพยาบาลรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ร่วงลง 2% ส่วนหุ้นซิกนา คอร์ป และหุ้นยูไนเต็ดเฮลธ์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นสองบริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลง 3.7% และ 1.9% ตามลำดับ

ทั้งนี้ การร่วงลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพได้บดบังปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน โดยธนาคารมอร์แกน สแตยลีย์ เปิดเผยกำไรในไตรมาส 1 ที่ระดับ 1.39 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.17 ดอลลาร์/หุ้น ซึ่งรายงานดังกล่าวช่วยหนุนราคาหุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ปิดตลาดพุ่งขึ้น 2.6%

หุ้นเป๊ปซี่โค พุ่งขึ้น 3.7% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรไตรมาส 1 ที่ระดับ 97 เซนต์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 92 เซนต์/หุ้น

หุ้นควอลคอมม์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิพโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของสหรัฐ ทะยานขึ้น 12.2% ขณะที่หุ้นแอปเปิล ดีดตัวขึ้น 1.9% หลังจากทั้งสองบริษัทประกาศยกเลิกการฟ้องร้องคดีความทั้งหมด โดยก่อนหน้านี้ แอปเปิลได้ฟ้องร้องควอลคอมม์ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ พร้อมเรียกร้องให้ควอลคอมม์จ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวน 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ควอลคอมม์ได้ออกมาโต้ว่า แอปเปิลและพันธมิตรทางธุรกิจรายอื่นๆไม่ยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ และขอเรียกเงินชดใช้ค่าเสียหายที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์

ข่าวการยุติคดีความระหว่างควอลคอมม์และแอปเปิลช่วยหนุนหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิพปรับตัวขึ้น โดยหุ้นอินเทล พุ่งขึ้น 3.2% หุ้นบรอดคอม ดีดตัวขึ้น 0.6% หุ้นเซอร์รัส ลอจิค พุ่งขึ้น 1.3%

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนในระหว่างวัน จากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐและจีน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานเมื่อวานนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 6.4% ในไตรมาสแรก เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.3% ส่วนตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมพุ่งขึ้น 8.5% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 5.9%

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐขาดดุลการค้าลดลง 3.4% สู่ระดับ 4.94 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นตัวเลขขาดดุลการค้าต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว ขณะเดียวกันสหรัฐขาดดุลการค้าต่อจีนลดลง 28.2% ในเดือนก.พ. สู่ระดับ 2.48 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากยอดการส่งออกไปยังจีนพุ่งขึ้น 18.2% และยอดการนำเข้าจากจีนดิ่งลง 20.2%

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือนเม.ย.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ยอดค้าปลีกเดือนมี.ค., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนเม.ย.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนเม.ย.จากมาร์กิต, สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนก.พ. และ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนมี.ค.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง