ข่าวอินโฟเควสท์
07:18 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดลบ 46.05 จุด เหตุนลท.วิตกราคาน้ำมันพุ่งกระทบเศรษฐกิจ   ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (16 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุ…
07:17 ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $12 เหตุวิตกตอ.กลางตึงเครียดหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย   สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 ก.ย.) เน…
07:00 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 142.70 จุด วิตกราคาน้ำมันพุ่งกระทบเศรษฐกิจ   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (16 ก.ย.) เนื่อง…
06:50 ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ หุ้นกลุ่มสายการบินร่วงกดดันตลาด   ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (16 ก.ย.) นำโดยหุ้นกลุ่มสายการบินที่ร่…
06:22 ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $8.05 หลังเหตุโจมตีโรงงานน้ำมันซาอุฯฉุดการผลิตลดฮวบ   สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ…

ดาวโจนส์ทรุดกว่า 300 จุด หวั่นศก.สหรัฐถดถอย หลัง"ทรัมป์"เปิดศึกการค้ารอบด้าน

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2562 21:02:59 น.

ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 300 จุดในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนวิตกต่อการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก ท่ามกลางการทำสงครามการค้ากับจีน ซึ่งอาจจะส่งผลให้สหรัฐเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ณ เวลา 20.42 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 24,846.07 จุด ลบ 323.81 จุด หรือ 1.29%

หุ้นของบริษัทเจเนรัล มอเตอร์ (GM) ร่วงลง 4% ขณะที่หุ้นบริษัทฟอร์ดดิ่งลง 3.3% โดยบริษัททั้งสองต่างก็มีโรงงานผลิตรถยนต์ในเม็กซิโก ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐ

ปธน.ทรัมป์สร้างความตื่นตระหนกต่อตลาดด้วยการประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั้งหมดจากเม็กซิโกในอัตรา 5% ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. โดยปธน.ทรัมป์มีเป้าหมายที่จะกดดันให้รัฐบาลเม็กซิโกสกัดการหลั่งไหลของผู้อพยพผิดกฎหมายที่ข้ามพรมแดนเข้าสู่สหรัฐ

"ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกทุกประเภท ในอัตรา 5% จนกว่าการหลั่งไหลของผู้อพยพจากเม็กซิโกที่เดินทางเข้ามาในสหรัฐจะสิ้นสุดลง" ปธน.ทรัมป์ระบุ

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์เตือนว่า สหรัฐจะเพิ่มภาษีนำเข้าขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมายจากเม็กซิโกจะได้รับการแก้ไข

การดำเนินการของปธน.ทรัมป์ สวนทางกับนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งกล่าวว่า เขากำลังผลักดันสภาคองเกรสให้สัตยาบันต่อข้อตกลงการค้าสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ในช่วงฤดูร้อนนี้ หลังจากที่ทั้งแคนาดาและเม็กซิโกต่างก็ส่งสัญญาณว่าทั้งสองประเทศพร้อมที่จะเริ่มกระบวนการให้การอนุมัติต่อข้อตกลงดังกล่าว

ทั้งนี้ ข้อตกลง USMCA จะเข้ามาแทนที่ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA)

ขณะเดียวกัน สหรัฐยังเผชิญข้อพิพาททางการค้าจากจีน ขณะที่สื่อรายงานว่า จีนได้ระงับการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐแล้ว และอาจระงับการส่งออกแร่หายากไปยังสหรัฐ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าที่รุนแรงขึ้น

ทางด้านนายจาง หานฮุย รมช.ต่างประเทศจีน กล่าวว่า การยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งทางการค้าเปรียบเสมือนการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ

"เราต่อต้านการทำสงครามการค้า แต่ก็ไม่กลัวการทำสงครามการค้า ซึ่งการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งทางการค้าเปรียบเสมือนการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ เป็นการบ่อนทำลาย และข่มเหงรังแกทางเศรษฐกิจ" นายจางกล่าว

กระทรวงพาณิชย์จีนแถลงในวันนี้ว่า ทางกระทรวงจะจัดทำรายชื่อบริษัทต่างชาติ, องค์กร และบุคคล ซึ่งทางกระทรวงมองว่าไม่น่าเชื่อถือ และเป็นภัยต่อบริษัทของจีน

อย่างไรก็ดี ทางกระทรวงไม่ได้ระบุชื่อประเทศ หรือบริษัทใดๆในแถลงการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวว่า รายชื่อดังกล่าว จะประกอบด้วยบริษัท, องค์กร หรือผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของตลาด และเจตจำนงของสัญญา โดยสกัดกั้นการส่งสินค้าไปยังบริษัทจีนอันเนื่องจากเหตุผลที่ไม่เกี่ยวข้องกับเชิงพาณิชย์ และบ่อนทำลายสิทธิและผลประโยชน์โดยชอบตามกฎหมายของบริษัทจีน

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนเม.ย. หลังจากพุ่งขึ้น 1.1% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2552

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนเม.ย.

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากขยับขึ้น 0.2% ในเดือนมี.ค.

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE เพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนเม.ย. หลังจากปรับตัวขึ้น 1.4% ในเดือนมี.ค.

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากขยับขึ้น 0.1% ในเดือนมี.ค.

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนเม.ย. หลังจากดีดตัวขึ้น 1.5% ในเดือนมี.ค.
ทั้งนี้ ดัชนี PCE แตะระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายเงินเฟ้อของเฟด ในเดือนมี.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2555
ข่าวที่เกี่ยวข้อง