ข่าวอินโฟเควสท์
08:54 ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นเกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์ เล็งขานรับราคาน้ำมันฟิวเจอร์ปรับขึ้นหลังสหรัฐฯส่งทหารเข้าอ่าวเปอร์เซียเพิ่ม   นาย…
08:27 TM จะลงทุน 80% ในโครงการโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุในกทม. มูลค่า 166.45 ลบ.   บมจ.เทคโนเมดิคัล (TM) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวานนี้ (2…
08:15 ปฏิทินหุ้น ประจำวันที่ 23 ก.ย. 2562   ปฏิทินหลักทรัพย์รวบรวมจากข่าวที่บริษัทจดทะเบียนแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2562 สิงหาคม 25…
08:13 บล.ทิสโก้ เปิดชื่อหุ้น SET50 ที่เงินอาจไหลออกมากที่สุด หลังกองทุนดัชนีเตรียมปรับนน.หุ้นรายตัว รับ IPO ขนาดใหญ่   นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำ…
08:08 สรุปรายชื่อหุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ตั้งแต่ 23 ก.ย.62   ตารางแสดงชื่อหุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2562 ซึ่งรวบรวมข้อมูลจ…

ดาวโจนส์พุ่งกว่า 100 จุด ขานรับบอนด์ยีลด์ฟื้น,ตัวเลขการค้าจีนสดใส

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2562 21:08:09 น.
ดัชนีดาวโจนส์พุ่งกว่า 100 จุดในวันนี้ ขานรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่เริ่มมีเสถียรภาพ
นอกจากนี้ ตัวเลขการค้าของจีน และตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐที่ดีกว่าคาด ก็ได้เป็นปัจจัยบวกต่อตลาด
ณ เวลา 21.05 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 26,149.31 จุด บวก 142.24 จุด หรือ 0.55%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้นในวันนี้ หลังจากดิ่งลงอย่างหนักวานนี้

ณ เวลา 20.17 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 1.753% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.275%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องเมื่อวานนี้ โดยหลุดระดับ 1.60% แตะระดับ 1.595% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2559 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.13% ซึ่งใกล้กับระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลที่ว่าการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ การที่ธนาคารกลางหลายแห่ง เช่น อินเดีย นิวซีแลนด์ และไทย พากันปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตร

การร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นสัญญาณบ่งชี้ความกังวลของนักลงทุน และเป็นปัจจัยกระทบตลาดหุ้น
ข้อมูลการค้าที่สดใสของจีนเป็นปัจจัยหนุนตลาดในวันนี้

สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) รายงานในวันนี้ว่า ยอดนำเข้าเดือนก.ค.ปรับตัวลง 5.6% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะร่วงลง 9.0% ขณะที่ยอดส่งออกเดือนก.ค.ดีดตัวขึ้น 3.3% ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.0%

ราคาหุ้นแคทเธอร์ พิลลาร์ดิ่งลงกว่า 1% หลังจากที่โกลด์แมน แซคส์ประกาศปรับลดอันดับความน่าลงทุนของหุ้นแคทเธอร์ พิลลาร์ สู่ระดับ "neutral" จากเดิมที่ระดับ "buy" โดยระบุถึงผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งส่งผลต่อตลาดอุปกรณ์การก่อสร้างในจีนและอเมริกาเหนือ

นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ยังได้ปรับลดตัวเลขเป้าหมายราคาหุ้นแคทเธอร์ พิลลาร์ สู่ระดับ 130 ดอลลาร์ จากเดิมที่ 156 ดอลลาร์
ทั้งนี้ หุ้นแคทเธอร์ พิลลาร์ถือเป็นตัวชี้วัดสภาวะการค้าของสหรัฐ เนื่องจากมีการลงทุนจำนวนมากในต่างประเทศ

การทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่ว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีอีก 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย. ขณะที่จีนก็ได้ตอบโต้ด้วยการปล่อยให้หยวนอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์ แตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี และรัฐบาลจีนยังได้สั่งให้บริษัทของรัฐระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐ

ราคาหุ้นของบริษัทคราฟท์ ไฮนซ์ทรุดตัวลงกว่า 13% ในวันนี้ หลังจากที่บริษัทชะลอการยื่นผลประกอบการประจำไตรมาส 1 และ 2 ต่อตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ได้เข้าตรวจสอบนโยบายบัญชี และกระบวนการตรวจสอบภายในของบริษัทในช่วงต้นปีนี้ ซึ่งส่งผลให้คราฟท์ ไฮนซ์ชะลอการยื่นรายงานประจำปีถึง 2 ครั้ง

ทางด้านนายวอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในคราฟท์ ไฮนซ์ กล่าวว่า บริษัทกำลังมีความขัดแย้งกับผู้ตรวจสอบบัญชี

คราฟท์ ไฮนซ์เปิดเผยในวันนี้ว่า บริษัทได้ชะลอการยื่นผลประกอบการประจำไตรมาส 1 และ 2 เนื่องจากฝ่ายบริหารได้ตรวจพบความผิดปกติของกระแสเงินสด ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ประเภทอื่น และบริษัทได้เพิ่มกระบวนการควบคุมภายในเพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องมากขึ้น

นอกจากนี้ คราฟท์ ไฮนซ์ประกาศปรับลดมูลค่าบัญชีของการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ และละตินอเมริการวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 209,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 215,000 ราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง