ข่าวอินโฟเควสท์
15:00 KTBST คาด SET สัปดาห์นี้แกว่งกรอบ 1,620-1,650 จุด รับแรงหนุนเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน ,เกาะติดประชุมสภาฯถกงบปี 63   นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรม…
14:58 ออสเตรเลียสั่งห้ามนักท่องเที่ยวเวียดนามรายหนึ่งเข้าประเทศ หลังแอบนำอาหารเสี่ยงปนโรคอหิวาต์แอฟริกาใส่กระเป๋าเดินทาง   ออสเตรเลียสั่งห้ามนักท่องเ…
14:43 ภาวะตลาดหุ้นเกาหลีใต้: หุ้นเทคโนโลยีพุ่ง หนุนหุ้นโซลปิดบวก 0.77 จุด   ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ นำโดยหุ้นซ…
14:42 อินโดนีเซียขาดดุลการค้า 160.5 ล้านดอลล์เดือนก.ย. หลังยอดส่งออกร่วงต่อเนื่อง   อินโดนีเซียมียอดขาดดุลการค้าในเดือนก.ย. หลังยอดส่งออกได้รับผลกระท…
14:35 YUANTA ออก DW อ้างอิง BANPU, BGRIM, ESSO, RS, TASCO, TISCO จ่อเทรดพรุ่งนี้   สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผ…

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 227.61 จุด ขานรับการค้าสหรัฐ-จีนส่งสัญญาณบวก

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 06:56:45 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (11 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากรัฐบาลจีนเปิดเผยรายชื่อสินค้าของสหรัฐที่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า ก่อนที่การเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศจะเปิดฉากขึ้นในเดือนหน้า โดยข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งของราคาหุ้นแอปเปิล หลังจากบริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์ iPhone รุ่นใหม่

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,137.04 จุด เพิ่มขึ้น 227.61 จุด หรือ +0.85% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,000.93 จุด เพิ่มขึ้น 21.54 จุด หรือ +0.72% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,169.68 จุด เพิ่มขึ้น 85.52 จุด หรือ +1.06%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่เหนือระดับ 3,000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.ปีนี้ เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวรัฐบาลจีนประกาศรายชื่อสินค้าชุดแรกจำนวน 16 ชนิดของสหรัฐที่จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า ซึ่งสินค้าเหล่านี้รวมถึงเวย์โปรตีน, ปลาป่น และน้ำมันหล่อลื่น โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 ก.ย. เป็นเวลา 1 ปีจนถึงวันที่ 16 ก.ย. 2563

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์อินเวอร์เนส คอนเซลในรัฐนิวยอร์กกล่าวว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของจีนถือเป็นการส่งสัญญาณว่า จีนมีความมุ่งมั่นที่จะคลี่คลายข้อพิพาทการค้ากับสหรัฐ ก่อนที่การเจรจาการค้าระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายจะเปิดฉากขึ้นในเดือนต.ค. ขณะที่นักลงทุนเชื่อว่า ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงการค้า

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้นขานรับสัญญาณบวกด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยหุ้นโบอิ้ง พุ่งขึ้น 3.6% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ พุ่งขึ้น 2.1% หุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก ดีดขึ้น 2.4% หุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ เพิ่มขึ้น 1.5% หุ้นอีตัน คอร์ป เพิ่มขึ้น 1.4% หุ้นเอเมอร์สัน อิเล็กทริก เพิ่มขึ้น 0.6%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิพปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นสกายเวิร์คส์ โซลูชั่น พุ่งขึ้น 4% หุ้นบรอดคอม เพิ่มขึ้น 1.2% หุ้นอินเทล พุ่งขึ้น 1.8% หุ้นไมครอน เทคโนโลยี พุ่งขึ้น 2.2% หุ้น Nvidia เพิ่มขึ้น 0.6% หุ้นไมโครซอฟท์ เพิ่มขึ้น 0.3% หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล พุ่งขึ้น 1.2%

ส่วนหุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 3.2% หลังจากบริษัทประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ iPhone ใหม่ 3 รุ่น พร้อมกับตั้งราคา iPhone 11 ต่ำกว่า iPhone XR และตั้งราคาค่าบริการรายเดือนของ Apple TV+ ต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ ซึ่งจะดึงดูดสมาชิกจำนวนมาก

หุ้นเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ ร่วงลง 7.5% หลังจากมีรายงานว่า เจเนอรัล อิเล็กทริก (GE) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเบเกอร์ ฮิวจ์ จะขายหุ้นที่ถืออยู่ในเบเกอร์ ฮิวจ์ มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้ GE สูญเสียสถานะการเป็นผู้ถือครองหุ้นส่วนใหญ่ในเบเกอร์ ฮิวจ์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนส.ค.เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.ค.  ขณะที่สมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองเพิ่มขึ้น 2% ในสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองปรับตัวลง

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, อัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค., ยอดค้าปลีกเดือนส.ค., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนส.ค., ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนก.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนก.ค.

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันนี้ และการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า โดยมีการคาดการณ์ว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย และประกาศรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) รอบใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย. หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เช่นกันในการประชุมรอบที่แล้วในวันที่ 30-31 ก.ค. ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2551

ข่าวที่เกี่ยวข้อง