ข่าวอินโฟเควสท์
17:00 ญี่ปุ่นเร่งระดมกำลังช่วยเหลือ หลังไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วถึง 25 ราย   ญี่ปุ่นได้เร่งระดมกำลังช่วยเหลือไปยังทุกภาคส่วนในวันนี้ หล…
16:03 จีนเผยนักลงทุนต่างชาติถือครองพันธบัตรสกุลเงินหยวนมากขึ้นในเดือนก.ย.   นักลงทุนต่างชาติเข้าถือครองพันธบัตรสกุลเงินหยวนมากขึ้น ณ สิ้นเดือนก.ย. หล…
15:32 เกิดเหตุแผ่นดินไหว 5.2 แมกนิจูดในมณฑลกว่างซี ไม่มีรายงานภัยพิบัติ   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ไม่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นหลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด…
13:48 ยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" พุ่งขึ้นแตะ 19 ราย สูญหายจำนวนมาก   สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย และมีผู้สูญหาย…
12:29 รมช.ต่างประเทศจีนเผยการประชุม "สี จิ้นผิง" และ "โมดี" ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม   นายหลัว จาวฮุย รมช.ต่างประเทศจีน เปิดเผยวานนี้ว่า การประชุมอย…

ดาวโจนส์ลดช่วงบวก หลังทำเนียบขาวยันสหรัฐไม่ได้พิจารณาทำข้อตกลงการค้าชั่วคราวกับจีน

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 22:42:25 น.
ดัชนีดาวโจนส์ลดช่วงบวกในวันนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า รัฐบาลสหรัฐไม่ได้พิจารณาทำข้อตกลงการค้าฉบับชั่วคราวกับจีน
ณ เวลา 22.36 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 27,214.97 จุด บวก 77.93 จุด หรือ 0.29%
ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในช่วงแรก ขานรับข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังทำข้อตกลงการค้าชั่วคราวกับจีน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวปฏิเสธรายงานข่าวจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก โดยระบุว่า รัฐบาลสหรัฐไม่ได้พิจารณาทำข้อตกลงการค้าฉบับชั่วคราวกับจีน

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังพิจารณาทำข้อตกลงการค้าฉบับชั่วคราวกับจีน ซึ่งจะชะลอการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน

แหล่งข่าวระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะรวมถึงคำมั่นสัญญาจากจีนในการยุติการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนกำลังร่างรายละเอียดของข้อตกลงฉบับดังกล่าว
ปธน.ทรัมป์ยังระบุว่า จีนจะเริ่มซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐในจำนวนมาก

ทั้งนี้ ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้คลี่คลายลง หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ประกาศเลื่อนการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 2.50 แสนล้านดอลลาร์ จากวันที่ 1 ต.ค. ไปเป็นวันที่ 15 ต.ค. ขณะที่รัฐบาลจีนได้ประกาศรายชื่อสินค้าจำนวน 16 รายการของสหรัฐที่จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 ก.ย. เป็นเวลา 1 ปีจนถึงวันที่ 16 ก.ย.2563

ทางด้านนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า ปธน.ทรัมป์สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนในเวลาใดก็ได้ แต่สหรัฐต้องการได้ข้อตกลงที่ดีที่สุดสำหรับแรงงานอเมริกัน

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

ทั้งนี้ ECB จัดการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ โดยที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB สู่ระดับ -0.50% จากเดิมที่ระดับ -0.40% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%

นอกจากนี้ ECB ระบุว่า จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันต่อไป หรือปรับลดลง จนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ใกล้ แต่ไม่เกินระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของ ECB

ขณะเดียวกัน ECB แถลงว่า จะรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในเดือนพ.ย. ซึ่ง ECB จะซื้อพันธบัตรในวงเงิน 2 หมื่นล้านยูโร/เดือน โดยยังไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดโครงการ

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 15,000 ราย สู่ระดับ 204,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย

นอกจากนี้ การลดลงของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานในสัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.

กระทรวงแรงงานสหรัฐยังเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค.

การชะลอตัวของดัชนี CPI ทั่วไปได้รับแรงกดดันจากการดิ่งลงของราคาพลังงาน
เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 1.7% ในเดือนส.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนก.ค.

หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 ปี และเป็นการเพิ่มขึ้น 0.3% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3

การดีดตัวขึ้นของดัชนี CPI พื้นฐานได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาตั๋วเครื่องบิน, รถยนต์มือสอง รวมทั้งการใช้จ่ายด้านการรักษาสุขภาพ

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนก.ค.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี CPI พื้นฐานจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบรายปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง