ข่าวอินโฟเควสท์
16:59 ซีอีโอ "ซาอุดี อารามโค" ยัน จะเริ่มการผลิตน้ำมันได้อย่างเต็มที่ภายในสิ้นเดือนนี้   สื่อต่างประเทศรายงานการเปิดเผยของนายเอมิน นาสเซอร์ ซีอีโอของ…
15:54 ผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาเดินขบวนในฮ่องกง หลังกลุ่มสนับสนุนจีนแห่ทำลายกำแพงเลนนอน   ผู้ประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยของฮ่องกงจำนวนหลายพันคนได้ออกมา…
15:34 อินเดียยังคงพยายามติดต่อยาน "วิกรัม" ก่อนครบกำหนดเส้นตายภารกิจสำรวจดวงจันทร์วันนี้   องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (ISRO) พยายามที่จะติดต่อกับยา…
14:46 "เฟซบุ๊ก" ระงับให้บริการหลายหมื่นแอพพลิเคชั่น เซ่นคดีคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   บริษัทเฟซบุ๊ก อิงค์เปิดเผยว่า บริษัทได้ระงับการให้บริการหลายหมื่…
13:10 "แอปเปิล" เฮ หลังรัฐบาลสหรัฐอนุมัติคำขอยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์   สำนักงานผู้แทนการค้าและบันทึกราชการของสหรัฐระบุว่า หน่วยงานกำกับดู…

ดาวโจนส์ลดช่วงบวก หลังทำเนียบขาวยันสหรัฐไม่ได้พิจารณาทำข้อตกลงการค้าชั่วคราวกับจีน

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 22:42:25 น.
ดัชนีดาวโจนส์ลดช่วงบวกในวันนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า รัฐบาลสหรัฐไม่ได้พิจารณาทำข้อตกลงการค้าฉบับชั่วคราวกับจีน
ณ เวลา 22.36 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 27,214.97 จุด บวก 77.93 จุด หรือ 0.29%
ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในช่วงแรก ขานรับข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังทำข้อตกลงการค้าชั่วคราวกับจีน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวปฏิเสธรายงานข่าวจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก โดยระบุว่า รัฐบาลสหรัฐไม่ได้พิจารณาทำข้อตกลงการค้าฉบับชั่วคราวกับจีน

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังพิจารณาทำข้อตกลงการค้าฉบับชั่วคราวกับจีน ซึ่งจะชะลอการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน

แหล่งข่าวระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะรวมถึงคำมั่นสัญญาจากจีนในการยุติการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนกำลังร่างรายละเอียดของข้อตกลงฉบับดังกล่าว
ปธน.ทรัมป์ยังระบุว่า จีนจะเริ่มซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐในจำนวนมาก

ทั้งนี้ ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้คลี่คลายลง หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ประกาศเลื่อนการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 2.50 แสนล้านดอลลาร์ จากวันที่ 1 ต.ค. ไปเป็นวันที่ 15 ต.ค. ขณะที่รัฐบาลจีนได้ประกาศรายชื่อสินค้าจำนวน 16 รายการของสหรัฐที่จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 ก.ย. เป็นเวลา 1 ปีจนถึงวันที่ 16 ก.ย.2563

ทางด้านนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า ปธน.ทรัมป์สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนในเวลาใดก็ได้ แต่สหรัฐต้องการได้ข้อตกลงที่ดีที่สุดสำหรับแรงงานอเมริกัน

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

ทั้งนี้ ECB จัดการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ โดยที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB สู่ระดับ -0.50% จากเดิมที่ระดับ -0.40% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%

นอกจากนี้ ECB ระบุว่า จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันต่อไป หรือปรับลดลง จนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ใกล้ แต่ไม่เกินระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของ ECB

ขณะเดียวกัน ECB แถลงว่า จะรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในเดือนพ.ย. ซึ่ง ECB จะซื้อพันธบัตรในวงเงิน 2 หมื่นล้านยูโร/เดือน โดยยังไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดโครงการ

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 15,000 ราย สู่ระดับ 204,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย

นอกจากนี้ การลดลงของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานในสัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.

กระทรวงแรงงานสหรัฐยังเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค.

การชะลอตัวของดัชนี CPI ทั่วไปได้รับแรงกดดันจากการดิ่งลงของราคาพลังงาน
เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 1.7% ในเดือนส.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนก.ค.

หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 ปี และเป็นการเพิ่มขึ้น 0.3% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3

การดีดตัวขึ้นของดัชนี CPI พื้นฐานได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาตั๋วเครื่องบิน, รถยนต์มือสอง รวมทั้งการใช้จ่ายด้านการรักษาสุขภาพ

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนก.ค.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี CPI พื้นฐานจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบรายปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง