ข่าวอินโฟเควสท์
10:54 ดอลลาร์อ่อนค่าเล็กน้อยบริเวณกรอบล่าง 108 เยน เหตุนักลงทุนไม่มั่นใจการค้าสหรัฐ-จีน   สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบล่าง 108 เยนในการซื…
10:53 (เพิ่มเติม)ANALYST PICKS: หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ วันที่ 15 ตุลาคม 2562   หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ (ANALYST PICKS) รวบรวมจากบทวิเคราะห์ของโบรกเก…
10:51 IPO Fund: ข้อมูลกองทุนเปิดที่กำลังเสนอขาย   วันที่เสนอขาย ชื่อกองทุนเปิด ชื่อย่อ ประเภทกองทุน อายุโครงการ ลงทุนขั้นต่ำ ประมาณการ บลจ. ครั้งแรก(…
10:48 กรมบัญชีกลาง พร้อมจ่ายตรงเบี้ยผู้สูงอายุ-เบี้ยผู้พิการให้พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่ ม.ค.63   นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิด…
10:36 กรมอุตุฯ คาดประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว 17 ต.ค.62 แต่วันนี้เกือบทุกภาคเว้นอีสานสภาพอากาศยังแปรปรวน   กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศ การเข้าสู…

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 122.42 จุด รับคาดการณ์เฟดหั่นดอกเบี้ยเดือนนี้ หลังข้อมูลศก.สหรัฐซบเซา

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2562 06:54:01 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดขึ้นปิดในแดนบวกเมื่อคืนนี้ (3 ต.ค.) ขานรับกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นเศษฐกิจให้ฟื้นตัว หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ซึ่งรวมถึงข้อมูลล่าสุดที่ระบุว่าดัชนีภาคบริการร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,201.04 จุด เพิ่มขึ้น 122.42 จุด หรือ +0.47% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,910.63 จุด เพิ่มขึ้น 23.02 จุด หรือ +0.80% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,872.27 จุด เพิ่มขึ้น 87.02 จุด หรือ +1.12%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวกเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. หลังจากผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐร่วงลงแตะระดับ 52.6 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2559 ขณะที่ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐดิ่งลงสู่ระดับ 47.8 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2552 และบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวติดต่อกันเดือนที่ 2

ทั้งนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาสสูงถึง 90% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 30-31 ต.ค. และมีแนวโน้ม 50% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่งในเดือนธ.ค.

หากเฟดตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ก็จะเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ของเฟดในปีนี้ รวมทั้งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงิน 3 ครั้งติดต่อกัน

หุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคปรับตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนการพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้นเป๊ปซี่โค หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรไตรมาส 3 ที่ระดับ 1.56 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 1.50 ดอลลาร์/หุ้น ขณะที่รายได้อยู่ที่ระดับ 1.719 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 1.693 หมื่นล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ หุ้นเป๊ปซี่โค พุ่งขึ้น 3% หุ้นพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) เพิ่มขึ้น 0.5% หุ้นโคคา-โคลา พุ่งขึ้น 1.4% ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคดีดตัวขึ้น 0.7%

หุ้นกลุ่มพลังงานฟื้นตัวขึ้นเนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไร หลังจากราคาหุ้นร่วงลงติดต่อกันหลายวันทำการ โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 1.2% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน พุ่งขึ้น 2.6% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี ทะยานขึ้น 3.8% หุ้นอาปาเช คอร์ป เพิ่มขึ้น 0.7%หุ้นเชฟรอน ดีดขึ้น 0.7% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม เพิ่มขึ้น 0.6%

หุ้นบริษัทจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐปิดในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ นำโดยหุ้นทีเอแอล เอ็ดดูเคชัน ทะยานขึ้น 7.9% หุ้นซีทริปดอทคอม อินเตอร์เนชันแนล พุ่งขึ้น 2.8%

หุ้นเทสลา ร่วงลง 4.1% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไตรมาส 3 ที่ระดับ 97,000 คัน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 99,000 คัน

นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ ที่กรุงวอชิงตัน รวมทั้งติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและยุโรป หลังจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ประกาศว่า รัฐบาลสหรัฐเตรียมเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU ในวันที่ 18 ต.ค.นี้ ภายหลังจากได้รับมติเห็นชอบจากองค์การการค้าโลก (WTO) ขณะที่นายดาเนียล โรซาริโอ โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของ EU กล่าวว่า EU พร้อมตอบโต้มาตรการการค้าของสหรัฐ

นักลงทุนรอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ย.ของสหรัฐ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.จะเพิ่มขึ้น 145,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราการว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 3.7%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง