ดาวโจนส์พุ่งกว่า 200 จุด ขานรับผลประกอบการสดใส,ตัวเลขเศรษฐกิจแกร่ง

ข่าวหุ้น-การเงิน 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562 21:22 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 200 จุดในวันนี้ ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ ดัชนียังได้ปัจจัยบวกจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ค เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตดีดตัวขึ้นในเดือนต.ค. ณ เวลา 21.20 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 26,995.83 จุด บวก 208.47 จุด หรือ 0.78% เจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐเมื่อพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์ เปิดเผยว่า ทางธนาคารมีกำไรและรายได้สูงกว่าคาดในไตรมาส 3 โดยมีกำไร 2.68 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.45 ดอลลาร์/หุ้น และมีรายได้ 3.01 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.850 หมื่นล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เปิดเผยว่า ทางบริษัทมีกำไรและรายได้ในไตรมาส 3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยมีกำไร 2.12 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.01 ดอลลาร์/หุ้น และมีรายได้ 2.073 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.007 หมื่นล้านดอลลาร์

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.0 ในเดือนต.ค. จากระดับ 2.0 ในเดือนก.ย.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีจะปรับตัวลงสู่ระดับ 0.8 ในเดือนต.ค.

ผู้ถูกสำรวจจำนวน 30% ระบุว่าภาวะธุรกิจดีกว่าในเดือนก.ย. ขณะที่ 26% ระบุว่าภาวะธุรกิจย่ำแย่ลง

ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังรอความชัดเจนในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังมีรายงานว่า จีนต้องการเจรจาเพิ่มเติมกับสหรัฐอีกอย่างเร็วที่สุดในช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ เพื่อสรุปรายละเอียดของข้อตกลงการค้าขั้นแรกก่อนที่ผู้นำทั้งสองจะลงนามร่วมกัน

ทั้งนี้ จีนอาจส่งคณะผู้แทนเจรจา ซึ่งนำโดยรองนายกรัฐมนตรี หลิว เหอ ไปสรุปข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ผู้นำทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันในการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปค) ในเดือนหน้าที่ประเทศชิลี

นอกจากนี้ แหล่งข่าวระบุด้วยว่า จีนยังต้องการให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ล้มเลิกแผนการขึ้นภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนในเดือนธ.ค.ด้วย นอกเหนือจากที่เสนอให้มีการยกเลิกการขึ้นภาษีตามกำหนดในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ สหรัฐมีกำหนดเพิ่มการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 30% ในวันที่ 15 ต.ค. จากเดิมที่ระดับ 25% และมีกำหนดเก็บภาษี 15% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 1.6 แสนล้านดอลลาร์ ในวันที่ 15 ธ.ค.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ