ดาวโจนส์เปิดแดนลบ กังวลเจรจาการค้าไม่คืบ,สภาสหรัฐออกกฎหมายหนุนม็อบฮ่องกง

ข่าวหุ้น-การเงิน 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 22:04 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์เปิดแดนลบในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนกังวลต่อการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยังไม่มีความคืบหน้า แม้ในวันนี้มีการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใสของกลุ่มบริษัทค้าปลีก

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการที่วุฒิสภาสหรัฐอนุมัติร่างกฎหมายเพื่อให้การสนับสนุนต่อกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง

ณ เวลา 21.53 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 27,867.07 จุด ลบ 66.95 จุด หรือ 0.24%

ทาร์เก็ต ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยว่า บริษัทมียอดขายสูงกว่าคาดในไตรมาส 3

ทั้งนี้ ทาร์เก็ตระบุว่า บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น 4.5% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.6%

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรในปีนี้ สู่ระดับ 6.25-6.45 ดอลลาร์/หุ้น จากคาดการณ์เดิมที่ระดับ 5.90-6.20 ดอลลาร์/หุ้น

บริษัทโลว์ส ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านรายใหญ่ของสหรัฐ และเป็นคู่แข่งของบริษัทโฮม ดีโปท์ อิงค์ เปิดเผยกำไรสูงกว่าคาดในไตรมาส 3

ทั้งนี้ โลว์สเปิดเผยว่า บริษัทมีกำไร 1.41 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.35 ดอลลาร์/หุ้น

อย่างไรก็ดี บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น 2.2% ต่ำกว่ากว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.1%

กระทรวงการต่างประเทศจีนส่งสัญญาณเตือนสหรัฐ หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้การสนับสนุนต่อการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง

ทั้งนี้ นายหม่า จ้าวฉู รมช.ต่างประเทศจีน ได้เชิญตัวนายวิลเลียม ไคล์น เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการการเมืองของสหรัฐ เข้าพบที่กระทรวง โดยนายหม่าระบุว่า สถานการณ์ในฮ่องกงถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจการภายในของจีน และจีนขอเรียกร้องให้สหรัฐยุติการเข้าแทรกแซงจีน

วุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก ได้ผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง โดยคาดว่าจะส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเพื่อบังคับใช้ในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวอาจปูทางให้สหรัฐประกาศคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อฮ่องกง และดำเนินการทางการทูตเพื่อกดดันรัฐบาลจีน

สื่อรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นต่อสินค้านำเข้าจากจีน หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า

คำขู่ดังกล่าวมีขึ้น ขณะที่ปธน.ทรัมป์เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้

ทางด้านนายแกรี่ โคห์น อดีตหัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า เขาเชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเดินหน้าเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 15 ธ.ค. หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถทำข้อตกลงการค้า

"ผมคิดว่าท่านประธานาธิบดีมองว่านี่เป็นการแสดงพลัง ซึ่งเหมือนกับเกมจ้องตา ถ้าเขากระพริบตาก่อน ก็จะสูญเสียความน่าเชื่อถือในสายตาของจีน" นายโคห์นกล่าว

ความเห็นของนายโคห์นสอดคล้องกับนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ซึ่งคาดว่าปธน.ทรัมป์จะเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนในกลางเดือนหน้า หากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลง

นอกจากนี้ นายโคห์นยังเชื่อว่าสงครามการค้ากำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และเขาเรียกร้องให้ปธน.ทรัมป์ลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกเพื่อช่วยเหลือภาคเกษตรของสหรัฐ ซึ่งถูกกระทบจากการที่จีนใช้มาตรการภาษีตอบโต้สหรัฐ

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนไม่มีความเชื่อมั่นต่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐ เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะยกเลิกการปรับเพิ่มภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน

ทั้งนี้ การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังคงเผชิญอุปสรรคจากการที่สหรัฐเรียกร้องให้จีนซื้อสินค้าเกษตรมากขึ้น ขณะที่จีนปฏิเสธเงื่อนไขของสหรัฐที่ต้องการให้จีนยุติการบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี และจีนยังเรียกร้องให้สหรัฐระงับการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ก่อนที่จะมีการทำข้อตกลงการค้าเฟสแรก


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ