ดาวโจนส์ร้อนแรงพุ่งกว่า 200 จุด ขานรับจ้างงานสดใส,เก็งสหรัฐ-จีนใกล้บรรลุดีลการค้า

ข่าวหุ้น-การเงิน 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562 21:45 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 200 จุดในวันนี้ ขานรับตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ รวมทั้งคาดการณ์ในเชิงบวกต่อการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ณ เวลา 21.33 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 27,906.10 จุด บวก 228.22 จุด หรือ 0.82%

กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 266,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 187,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 3.5% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี จากระดับ 3.6% ในเดือนต.ค.

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนพ.ย.พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน โดยได้ปัจจัยหนุนจากการกลับเข้าทำงานของพนักงานบริษัทเจเนอรัล มอเตอร์ (GM) ที่ได้ผละงานก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ย.

เมื่อเทียบรายปี ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 3.1% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.0%

ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ทบทวนปรับเพิ่มตัวเลขการจ้างงานในเดือนต.ค. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 156,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 128,000 ตำแหน่ง และทบทวนปรับเพิ่มตัวเลขการจ้างงานในเดือนก.ย. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 193,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 180,000 ตำแหน่ง

กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่าในเดือนพ.ย. ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 254,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาครัฐจ้างงานเพิ่มขึ้น 12,000 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ ดัชนีดาวโจนส์ยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ในเชิงบวกต่อการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐและจีนใกล้บรรลุข้อตกลงทางการค้า ซึ่งสวนทางกับที่เขาส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจล่าช้าออกไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีหน้า

นอกจากนี้ นักลงทุนยังผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่จีนระบุว่าจะมีการยกเว้นภาษีถั่วเหลืองและเนื้อหมูบางส่วนที่นำเข้าจากสหรัฐ

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า โดยนักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้งในปีนี้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ