ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดพุ่ง 1,985.00 จุด ขานรับ "ทรัมป์" ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศรับมือโควิด-19

ข่าวหุ้น-การเงิน Saturday March 14, 2020 07:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นอย่างมากเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.) โดยพุ่งขึ้นวันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ และเตรียมอัดฉีดเงินช่วยเหลือของรัฐบาลกลางสหรัฐราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,185.62 จุด เพิ่มขึ้น 1,985.00 จุด หรือ +9.36%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,711.02 จุด เพิ่มขึ้น 230.38 จุด หรือ +9.29% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,874.88 จุด เพิ่มขึ้น 673.07 จุด หรือ +9.35%

อย่างไรก็ตาม ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ดิ่งลง 10.4%, ดัชนี S&P500 ร่วง 8.8% และดัชนี Nasdaq ร่วง 8.2%

ตลาดได้แรงหนุนหลังจากปธน.ทรัมป์ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศในช่วงบ่ายวันศุกร์ และเตรียมอัดฉีดเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง 5 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจะเพิ่มการตรวจสอบหาผู้ติดเชื้อ รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถของโรงพยาบาล และแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19

ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า และความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐระหว่างทำเนียบขาวและสภาคองเกรสด้วย

นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐว่า สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรได้บรรลุข้อตกลงกับคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แล้วเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเตรียมที่จะอนุมัติเป็นกฎหมายในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกมากถึง 1.00% ในการประชุมสัปดาห์หน้า เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค. แม้ว่าเฟดเพิ่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉิน 0.50% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยล่าสุด นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดมีแนวโน้ม 74.6% ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1.00% ในวันที่ 18 มี.ค. จากระดับ 1.00-1.25% สู่ระดับ 0.00-0.25% และมีแนวโน้ม 25.4% ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 0.25-0.50%

นอกจากนี้ เฟดยังได้ประกาศอัดฉีดเม็ดเงิน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบธนาคารเมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมกับเพิ่มประเภทของหลักทรัพย์ในการซื้อพันธบัตรของเฟดด้วย

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ได้แก่ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนที่ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 95.9 ในเดือนก.พ. แต่ยังคงสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 95.0


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ