ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 26.13 จุด หลังราคาน้ำมันร่วงฉุดตลาด

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday April 8, 2020 06:57 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 เม.ย.) เนื่องจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ร่วงลงกว่า 9% เป็นปัจจัยฉุดตลาดในช่วงท้ายของการซื้อขาย หลังจากดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในระหว่างวัน ขานรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มดีขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาแนวโน้มการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมถึงการให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,653.86 จุด ลดลง 26.13 จุด หรือ -0.12% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,659.41 จุด ลดลง 4.27 จุด หรือ -0.16% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,887.26 จุด ลดลง 25.98 จุด หรือ -0.33%

ในการซื้อขายระหว่างวัน ดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นกว่า 800 จุด ขานรับรายงานที่ว่า ยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในหลายประเทศได้ชะลอตัวลง โดยนครลอส แองเจลิส รวมทั้งเคาน์ตี้ลอส แองเจลิสรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 7% ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการรายงานตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็นเปอร์เซนต์เพียงหนึ่งหลักนับตั้งแต่ที่มีการรายงานตัวเลขดังกล่าวในเดือนมี.ค. ขณะที่ทางการจีนแถลงว่า ข้อมูล ณ วันที่ 6 เม.ย.ระบุว่า จีนไม่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่จากโควิด-19 ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค.

อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์อ่อนแรงลงในช่วงท้าย หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ดิ่งลงกว่า 9% ภายหลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ในปี 2563

นักวิเคราะห์จากเวลส์ ฟาร์โก อินเวสต์เมนท์ อินสติติวท์ ในรัฐมิสซูรี กล่าวว่า การร่วงลงของราคาน้ำมันได้เข้ามาเป็นปัจจัยฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กในช่วงท้าย เนื่องจากภาคพลังงานมีส่วนสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจสหรัฐในหลายภาคส่วน ซึ่งรวมถึงการจ้างงาน และการใช้จ่ายด้านทุน

นักลงทุนจับตาแนวโน้มการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ โดยมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สภาคองเกรสกำลังหารือกันเกี่ยวกับมาตรการฟื้นฟูรอบที่ 4 ที่อาจจะมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและให้ความช่วยเหลือพนักงานและบริษัทขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

หุ้นคาร์นิวัล คอร์ป พุ่งขึ้น 10.8% ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์ หลังจากกองทุน Public Investment Fund ในซาอุดีอาระเบียได้เข้าซื้อหุ้นจำนวน 8.2% ในบริษัทคาร์นิวัล ขณะที่หุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มธุรกิจเรือสำราญปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นรอยัล คาริบเบียน ครูซ ทะยานขึ้น 13.3% และหุ้นนอร์เวย์เจียน ครูซ ไลน์ โฮลดิ้ง พุ่งขึ้น 10%

หุ้นกลุ่มสายการบินปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ โดยหุ้นยูไนเต็ด แอร์ไลน์ บวก 1.9% หุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ พุ่งขึ้น 7.5% หุ้นเซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ พุ่งขึ้น 6.9% ขณะที่หุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ ลดลง 0.3%

หุ้นเอ็กซอน โมบิล ดีดตัวขึ้น 1.98% หลังจากบริษัทประกาศลดการใช้จ่ายด้านการลงทุนในปี 2563 ลงราว 20% เพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากการร่วงลงของราคาน้ำมัน

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 130,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 6.9 ล้านตำแหน่งในเดือนก.พ. ขณะที่อัตราการเปิดรับสมัครงานลดลงสู่ระดับ 4.3% จากระดับ 4.4% ในเดือนม.ค.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ รายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมี.ค., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน, สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.พ. และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมี.ค.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ