ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดลบ 51.91 จุด วิตกความตึงเครียดสหรัฐ-จีน,เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday May 22, 2020 07:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (21 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะเป็นไปอย่างเชื่องช้าหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลงระหว่างสหรัฐ-จีนได้ส่งผลกดดันตลาดด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,015.25 จุด ลดลง 51.91 จุด หรือ -0.86%

ตลาดปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของสหราชอาณาจักร ดีดตัวสู่ระดับ 28.9 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 13.8 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหราชอาณาจักรยังคงอยู่ในภาวะหดตัว โดยถูกกดดันจากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน และคำสั่งซื้อใหม่ แม้ว่าความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวขึ้นในเดือนพ.ค.ก็ตาม

นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดมากขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่สหรัฐกล่าวหาว่า จีนจัดการอย่างผิดพลาดในการรับมือกับโรคโควิด-19

ด้านนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐยังได้กล่าวโจมตีจีนกรณีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) โดยระบุว่า เม็ดเงินมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ที่จีนประกาศอัดฉีดเพื่อช่วยต่อสู้กับโควิด-19 นั้น "ขี้ปะติ๋ว" เมื่อเทียบกับชีวิตหลายแสนชีวิตที่ต้องสูญเสียไป รวมทั้งมูลค่าความเสียหายอีกหลายล้านล้านดอลลาร์

หุ้นกลุ่มธนาคาร, กลุ่มน้ำมันและก๊าซ และกลุ่มเหมืองแร่ ปรับตัวลงมากที่สุด โดยหุ้นเอชเอสบีซี ร่วง 3.36%, หุ้นบีพี ลดลง 1.04%, หุ้นเชลล์ ลบ 0.54%, หุ้นเกล็นคอร์ ปรับตัวลง 1.81% และหุ้นแองโกล อเมริกัน ร่วง 2.19%


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ