ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พลิกดีดบวก หลังสหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานดีกว่าคาด

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday August 6, 2020 20:08 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พลิกดีดบวก หลังสหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานดีกว่าคาด

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พลิกดีดตัวขึ้นสู่แดนบวกในวันนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว

ณ เวลา 19.58 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 35 จุด หรือ 0.13% สู่ระดับ 27,090 จุด หลังร่วงลงกว่า 100 จุดในช่วงแรก

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 1.186 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.42 ล้านราย และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ

ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในวันนี้มีจำนวนลดลง 249,000 รายเมื่อเทียบกับตัวเลขที่มีการรายงานในสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์แตะระดับ 6.867 ล้านรายในช่วงปลายเดือนมี.ค.

อย่างไรก็ดี ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านรายติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 20 แม้ว่ารัฐต่างๆได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และได้เปิดเศรษฐกิจครั้งใหม่

ขณะเดียวกัน จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องลดลงสู่ระดับ 16.1 ล้านรายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 25 ก.ค. หลังจากพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์สู่ระดับ 24.912 ล้านรายในช่วงต้นเดือนพ.ค.

นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 1.36 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. และอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 10.7%

เมื่อเดือนที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 4.8 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3 ล้านตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 11.1% จากระดับ 13.3% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ รวมทั้งการเจรจาระหว่างนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ในวันที่ 15 ส.ค. เพื่อประเมินความคืบหน้าในการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเฟสแรก ซึ่งรวมถึงการที่จีนสัญญาที่จะนำเข้าสินค้าสหรัฐมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 2 ปี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ