โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายระยะเวลา 12 เดือนของดัชนี CSI 300 ตลาดหุ้นจีนขึ้นสู่ระดับ 4,900 จากเดิม 4,500 โดยระบุถึงมาตรวัดการประเมินมูลค่าตลาดในเชิงบวก ตลอดจนทิศทางการเติบโตของกำไรที่อยู่ในระดับค่อนข้างสูง และสถานะของตลาดหุ้นจีนที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน
นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุในรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (28 ส.ค.) ว่า ตลาดหุ้นจีนยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แม้จะมีแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรในระยะสั้น โดยปัจจัยบวกจากสภาพคล่องและการขยายตัวของมูลค่าหลักทรัพย์ เป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นจีนปรับตัวสูงขึ้น มากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจมหภาคซึ่งเป็นไปตามวัฏจักร
แม้เศรษฐกิจจีนเผชิญกับความซบเซา แต่ตลาดหุ้นจีนยังคงปรับตัวขึ้น โดยดัชนี CSI 300 พุ่งประมาณ 10% ในเดือนนี้ ส่งผลให้ CSI 300 เป็นหนึ่งในดัชนีที่ทำผลงานได้ดีที่สุด ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันในตลาดหุ้นจีนตั้งแต่ต้นเดือนส.ค.จนถึงขณะนี้อยู่ที่ 2.2 ล้านล้านหยวน (3.09 แสนล้านดอลลาร์) ซึ่งใกล้จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อย่างไรก็ดี ความคึกคักของตลาดหุ้นจีนกำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันในหมู่นักวิเคราะห์ของวอลล์สตรีทว่าความแข็งแกร่งเช่นนี้จะยั่งยืนต่อไปหรือไม่ เนื่องจากดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงอ่อนแอ โดยนักกลยุทธ์ของมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) มีมุมมองที่ระมัดระวังต่อตลาดหุ้นจีน และชี้ให้เห็นถึงสัญญาณที่เริ่มบ่งบอกว่าตลาดอยู่ในภาวะร้อนแรงเกินไป
มุมมองที่แตกต่างกันของนักวิเคราะห์ทั้งสองบริษัทสะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยเสี่ยงอันหลากหลายซึ่งนักลงทุนต้องเผชิญ เพราะดูเหมือนว่าความคึกคักของตลาดหุ้นจีนในขณะนี้จะได้รับแรงหนุนจากสภาพคล่องมากกว่าความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ของเอชเอสบีซี โฮลดิงส์ (HSBC Holdings) ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นจีนเนื่องจากสภาพคล่องที่แข็งแกร่งภายในประเทศ โดยคาดการณ์ว่าดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตจะอยู่ที่ 4,000 จุด จากราคาระดับปิดในวันพฤหัสบดีที่ 3,843.60 จุด นอกจากนี้ เอชเอสบีซีคาดการณ์ว่าดัชนี CSI 300 จะอยู่ที่ 4,600 ภายในสิ้นปีนี้