Morgan Stanley ลดคำแนะนำลงทุนตลาดหุ้นอินเดีย แนะเอเชียตั้งการ์ดรับวิกฤตอิหร่าน

ข่าวต่างประเทศ Friday March 6, 2026 13:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อตลาดหุ้นเอเชียให้มีความระมัดระวังมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย อันเนื่องมาจากความกังวลว่าสงครามในอิหร่านอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานชะงักงัน หากการลำเลียงน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้

นักกลยุทธ์ของมอร์แกน สแตนลีย์ระบุในรายงานวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) ว่า เอเชียยังคงต้องพึ่งพาอุปทานน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากตะวันออกกลางอย่างมาก พร้อมระบุว่า นักลงทุนในตลาดไม่ควรชะล่าใจเกินไปต่อความเสี่ยงเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทาน และแนะนำว่าควรเน้นกลยุทธ์ตั้งรับ

นักลงทุนทั่วโลกกำลังถอนการลงทุนออกจากตลาดหุ้นขนาดใหญ่ในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ของเอเชีย นับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน โดยนักลงทุนต่างชาติได้ถอนการลงทุนออกจากตลาดหุ้นอินเดียประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีเงินไหลออก 1.6 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ และตลาดหุ้นไต้หวันมีเม็ดเงินไหลออกมากถึง 7.9 พันล้านดอลลาร์

ในรายงานล่าสุดนี้ มอร์แกน สแตนลีย์ ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดียเป็น "คงน้ำหนักการลงทุน (Equal weight)" จาก "เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight)" โดยระบุว่า อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดเอเชียที่เผชิญความเสี่ยงมากที่สุดต่อการหยุดชะงักของอุปทานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์

การปรับเปลี่ยนมุมมองของมอร์แกน สแตนลีย์ ตอกย้ำถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสงครามอิหร่านกำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบการไหลเวียนของพลังงานและค่าพรีเมียมความเสี่ยง (risk premiums) โดยการหยุดชะงักที่ยืดเยื้อในช่องแคบฮอร์มุซอาจผลักดันราคาน้ำมันและ LNG ให้สูงขึ้น ซึ่งจะกดดันกลุ่มประเทศเอเชียที่ต้องนำเข้าพลังงาน และกระตุ้นให้เกิดการปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่าภาวะชะงักงันด้านอุปทานที่ยาวนานอาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมส่งออกหลัก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ