หุ้นของบรรดาซัพพลายเออร์ในเอเชียของอินวิเดีย (Nvidia) ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันนี้ (21 พ.ค.) หลังบริษัทชิปยักษ์ใหญ่รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด และส่งสัญญาณว่าความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังเติบโตต่อเนื่อง
บรรยากาศการลงทุนในกลุ่มหุ้นชิปยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม จากกรณีซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) บรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงานในนาทีสุดท้าย ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงการนัดหยุดงาน
หุ้นซัมซุง และเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายสำคัญให้กับอินวิเดีย ปรับตัวขึ้นโดดเด่น โดยหุ้นซัมซุงพุ่งขึ้น 8% ขณะที่หุ่นเอสเค ไฮนิกซ์ พุ่งขึ้น 10.9% โดยทั้งสองบริษัทเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ด้านทีเอสเอ็มซี (TSMC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลกตามสัญญา และซัพพลายเออร์สำคัญของอินวิเดีย พุ่งขึ้น 3.2% ในตลาดไต้หวัน ขณะที่ฮอน ไฮ พรีซิชัน อินดัสทรี (Hon Hai Precision Industry) ผู้ประกอบเซิร์ฟเวอร์ให้กับอินวิเดีย พุ่งขึ้น 3.1%
หุ้นในญี่ปุ่นก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นแอดแวนเทสต์ (Advantest) ผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบชิป พุ่งขึ้น 4.8% ส่วนอิบิเด็น (Ibiden) พุ่งเกือบ 15% ขณะที่ซัมโกะ (SUMCO) และมูราตะ แมนูแฟคเจอริง (Murata Manufacturing) พุ่ง 2.1% และ 8.9% ตามลำดับ
อินวิเดียรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกในวันพุธ (20 พ.ค.) ออกมาดีกว่าคาด และระบุว่าความต้องการ AI ยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นอินวิเดียปรับตัวลงเล็กน้อยหลังปิดตลาด เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสปัจจุบันต่ำกว่าความคาดหวังของนักลงทุนบางส่วน
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังเริ่มกังวลเรื่องการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น จากลูกค้าหลายรายที่เร่งพัฒนาชิป AI แบบเฉพาะทางของตนเอง
ทั้งนี้ อินวิเดียถูกมองเป็นตัวชี้วัดสำคัญของอุปสงค์ AI เนื่องจากเป็นผู้ผลิตชิปประมวลผลขั้นสูงที่สุดรายหนึ่งของโลก ซึ่งช่วยผลักดันมูลค่าบริษัทให้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
แนวโน้มผลประกอบการของอินวิเดียยังสะท้อนว่ากระแสการเติบโตจาก AI น่าจะยังดำเนินต่อไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มซัพพลายเออร์ของอินวิเดีย