ไฮเนเก้น (Heineken) ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่อันดับสองของโลกจากเนเธอร์แลนด์ ประกาศแต่งตั้ง ราฟาเอล โอลิเวรา ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ในวันนี้ (23 มิ.ย.) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่บริษัทแต่งตั้งบุคคลภายนอกให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด และนับเป็นการยุติการเฟ้นหาผู้สืบทอดตำแหน่งที่ดำเนินมายาวนานหลายเดือนนับตั้งแต่ซีอีโอคนเก่าประกาศลาออก ในขณะที่บริษัทหวังกระตุ้นยอดขายผ่านการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งนี้
โอลิเวราถือเป็นผู้บริหารระดับสูงคนแรกในประวัติศาสตร์ของไฮเนเก้นที่ได้รับการแต่งตั้งจากภายนอกองค์กร โดยเขาย้ายมาจากเจดีอี พีทส์ (JDE Peet's) ผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่สัญชาติดัตช์ ที่เขานั่งเก้าอีซีอีโอมาตั้งแต่ปี 2567 และจะมาแทน ดอล์ฟ ฟาน เดน บริงก์ ซึ่งดำรงตำแหน่งซีอีโอไฮเนเก้นมา 6 ปี ก่อนประกาศลาออกอย่างกะทันหันในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา
ไฮเนเก้นเผยว่า โอลิเวราจะร่วมงานกับบริษัทเป็นเวลา 4 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. พร้อมเสริมว่า บริษัทคาดหวังว่าเขาจะเข้ามาเร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตตามแผนที่มีอยู่
หลังข่าวการแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่ หุ้นไฮเนเก้นปรับตัวขึ้น 3% ทำผลงานดีกว่าตลาดโดยรวม และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. โดยความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผู้ที่จะเข้ามากุมบังเหียนบริษัทได้ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นของไฮเนเก้นก่อนหน้านี้
เมื่อเดือนเม.ย. ไฮเนเก้นเผยว่า ยอดขายเบียร์ลดลงเกือบ 1% ในไตรมาสแรก โดยอ้างถึงสภาพเศรษฐกิจที่ซับซ้อนมากขึ้นและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ในเดือนก.พ. บริษัทยังประกาศแผนการลดจำนวนพนักงานมากถึง 6,000 ตำแหน่ง
สำหรับภูมิหลังของโอลิเวรา เขาเป็นชาวบราซิล สำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในเซาเปาโล และคว้าปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) จากมหาวิทยาลัยชิคาโก ก่อนเริ่มต้นชีวิตการทำงานในสายธุรกิจธนาคารที่บ้านเกิด จนกระทั่งย้ายปร่วมงานกับโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ในตำแหน่งผู้บริหารระหว่างปี 2547-2557
โอลิเวราใช้เวลาร่วมหนึ่งทศวรรษกับบริษัทคราฟท์ ไฮนซ์ (The Kraft Heinz Company) จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานฝ่ายตลาดต่างประเทศ จวบจนเดือนพ.ย. 2567 เขาจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นซีอีโอของเจดีอี พีทส์