ข่าวอินโฟเควสท์
09:59 ประธาน "หัวเว่ย" ออกโต้ไม่เคยจารกรรมข้อมูลให้กับรัฐบาลจีน   นายเหลียง หัว ประธานกรรมการบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หัวเว่…
09:56 จับตาหุ้นเด่นวันนี้   นสพ.รายงาน จับตาประชุมคณะกรรมการคัดเลือกไฮสปีดเทรนวันนี้ "วรวุฒิ"ลั่นจะได้ข้อสรุปไปต่อหรือล้มดีล ก่อนเชิญ "ซีพี" มาเจรจาอ…
09:50 ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดเช้าลบ 89.46 จุดตามทิศทางดาวโจนส์ หลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.อ่อนแอ   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวลงใน…
09:43 (เพิ่มเติม) ญี่ปุ่นเผยดัชนี CPI พื้นฐานเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 0.8% ทำสถิติเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 25 เดือน   กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเป…
09:40 MBAX งวดปีสิ้นสุด ธ.ค.61 กำไรที่ 82.85 ลบ. เทียบกับปีก่อนกำไรที่ 61.42 ลบ.   งวด 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561สรุปผลการดำเนินงานได้ดังนี้ …

แบล็ค สโตนฟันธงวอลล์สตรีทดีดตัวปีนี้ ขณะแนะนักลงทุนช้อนซื้อหุ้นในตลาด

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 7 มกราคม 2562 18:50:44 น.

นายโจเซฟ ไซเดิล นักวิเคราะห์จากแบล็ค สโตน กรุ๊ป แสดงความเชื่อมั่นว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะดีดตัวขึ้นในปีนี้ และแนะนำนักลงทุนให้เข้าช้อนซื้อหุ้นในตลาด

"นี่เป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้น โดยเราคาดว่าดัชนี S&P 500 จะพุ่งขึ้น 15% ในปีนี้ โดยเศรษฐกิจจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย" เขากล่าว
นายไซเดิลยังระบุว่า ราคาน้ำมันได้แตะจุดต่ำสุดแล้ว และตลาดจะไม่ปรับตัวซบเซาอย่างที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ นายไซเดิลยังคาดว่าการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะยุติลงในที่สุด โดยทั้งสองฝ่ายจะทำข้อตกลงการค้าในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เนื่องจากทั้งจีนและสหรัฐต่างมีแรงจูงใจที่จะยุติความขัดแย้งทางการค้า

นายไซเดิลได้แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม, เทคโนโลยี และพลังงานในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ขณะที่ตลาดกำลังปรับตัวผันผวน
ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติปรับตัวย่ำแย่ที่สุดในปีที่แล้ว นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกเมื่อ 10 ปีก่อนหน้านี้

เมื่อพิจารณาทั้งปี 2561 ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลง 5.6%, ดัชนี S&P 500 ทรุดตัวลง 6.2% และดัชนี Nasdaq ร่วงลง 3.9% โดยดัชนีทั้ง 3 ต่างปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งในปีดังกล่าว ดัชนีดาวโจนส์, ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq รูดลง 33.8%, 38.5% และ 40% ตามลำดับ

นอกจากนี้ ปี 2561 ยังเป็นปีที่ดัชนีดาวโจนส์ และดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และดัชนี Nasdaq ร่วงลงเป็นครั้งแรก หลังจากดีดตัวขึ้นติดต่อกัน 6 ปี

ขณะเดียวกัน ในปีที่แล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง แม้ว่าสามารถดีดตัวขึ้นในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี

เมื่อพิจารณาไตรมาส 4 ของปี 2561 พบว่า ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงเกือบ 12% ซึ่งเป็นการปรับตัวย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2552 ส่วนดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq ดิ่งลง 13.97% และ 17.50% ตามลำดับ ซึ่งเป็นการปรับตัวย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2552

และเมื่อพิจารณาเฉพาะเดือนธ.ค. ดัชนีดาวโจนส์, ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq ต่างทรุดตัวลงไม่น้อยกว่า 8.7% โดยดัชนีดาวโจนส์ และดัชนี S&P 500 ทำสถิติปรับตัวในเดือนธ.ค.2561 ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2474 และดิ่งลงเมื่อเทียบรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2552

นักวิเคราะห์ระบุว่า นักลงทุนพากันเทขายหุ้นในเดือนธ.ค. ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมทั้งการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน