นักวิเคราะห์เตือนวอลล์สตรีทหมดแรง "แรลลี่" ปลายปีนี้ เหตุ "ซานต้า" ติดโควิด

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday December 21, 2020 19:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักวิเคราะห์ระบุว่า การดีดตัวของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่มักเกิดขึ้นในช่วงสิ้นปี หรือที่มักเรียกว่า "ซานต้า แรลลี่" อาจจะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้หลายประเทศต้องกลับมาทำการล็อกดาวน์รอบใหม่

ทั้งนี้ ซานต้า แรลลี่ของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทมักเกิดขึ้นเป็นเวลา 7 วันทำการ โดยมีขึ้นในช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของปีปัจจุบัน รวมทั้ง 2 วันแรกของปีใหม่

จากการรวบรวมสถิติการปรับตัวของตลาดหุ้นนิวยอร์กช่วง 7 วันของซานต้า แรลลี่ พบว่า ดัชนีดาวโจนส์สามารถปิดตลาดในแดนบวกถึง 78% นับตั้งแต่ปี 2471 หรือในช่วงเวลากว่า 90 ปีที่ผ่านมา

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งลงกว่า 600 จุดในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะทรุดตัวลงในคืนนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งได้บดบังข่าวดีเกี่ยวกับการที่แกนนำในสภาคองเกรสสหรัฐสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 9 แสนล้านดอลลาร์

ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกมากกว่า 77 ล้านราย โดยผู้ติดเชื้อในสหรัฐมีมากกว่า 18 ล้านราย

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดร่วงลงในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกลุ่มการท่องเที่ยว หลังจากมีรายงานพบการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 ในอังกฤษ ซึ่งส่งผลให้หลายประเทศประกาศระงับเที่ยวบินจากอังกฤษ

ณ เวลา 15.34 น. ตามเวลาไทย Stoxx Europe 600 อยู่ที่ระดับ 388.88 จุด ลดลง 7.03 จุด หรือ 1.78%

นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ประกาศยกระดับมาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาดของโควิด-19 สู่ระดับ tier 4 จากเดิมที่ระดับ tier 3 ซึ่งจะใกล้เคียงกับมาตรการล็อกดาวน์ที่เคยประกาศใช้เมื่อเดือนพ.ย. หลังพบไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่เชื้อรวดเร็วกว่าเดิมถึง 70%

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังระบุว่า การที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นอย่างมากในเดือนพ.ย.และต้นเดือนธ.ค. ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ "ซานต้า แรลลี่" อาจไม่เกิดขึ้นในปีนี้ เนื่องจากตลาดได้เข้าสู่ภาวะที่มีแรงซื้อมากเกินไปแล้ว

ทั้งนี้ ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้น 10.9% ในเดือนพ.ย. ทำสถิติเป็นเดือนพ.ย.ที่ดัชนีพุ่งขึ้นมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของวอลล์สตรีท

ส่วนในเดือนธ.ค.นี้ ราคาหุ้นราว 76% ในดัชนี S&P 500 ได้ดีดตัวอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยรอบ 50 วัน ซึ่งบ่งชี้ว่าดัชนีอยู่ในภาวะ overbought เป็นอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดเกิดการพักฐานในช่วงท้ายปี

ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจของแบงก์ ออฟ อเมริกา ยังพบว่า ผู้จัดการกองทุนได้ทำการลงทุนใกล้เต็มพอร์ทแล้ว และนักลงทุนสถาบันได้ลดการถือเงินสดในพอร์ทเหลือเพียง 4% จาก 6% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการส่งสัญญา "ขาย" และบ่งชี้ว่า ดัชนี S&P 500 จะร่วงลง 3.2% ในเดือนม.ค.2564


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ