ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (28 พ.ย.) และปรับตัวย่ำแย่ที่สุดในรอบสัปดาห์นี้นับตั้งแต่ปลายเดือนก.ค. หลังนักลงทุนเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนหน้า
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.12% แตะที่ 99.444
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะ 156.12 เยนในวันศุกร์ (28 พ.ย.) จากระดับ 156.34 เยนในวันพุธ (26 พ.ย.), ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะ 0.8035 ฟรังก์สวิส จาก 0.8050 ฟรังก์สวิส และอ่อนค่าแตะ 1.3973 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.4030 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าแตะ 1.1602 ดอลลาร์ในวันศุกร์ จาก 1.1595 ดอลลาร์ในวันพุธ ส่วนปอนด์อังกฤษแข็งค่าแตะ 1.3247 ดอลลาร์ จาก 1.3237 ดอลลาร์
ตลาดเงินนิวยอร์กปิดทำการในวันพฤหัสบดี (27 พ.ย.) เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า
ดอลลาร์อ่อนค่าลงตลอดทั้งสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่าข้อมูลตลาดแรงงานที่อ่อนแอจะผลักดันให้เฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม แม้เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายยังแสดงความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง
นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่ประกาศหลังจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ตลอด 43 วันนั้น มีแนวโน้มอ่อนแอโดยรวม และเป็นไปในทิศทางที่สนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เริ่มเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจที่ตกค้างหลังจากกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง
เครื่องมือ FedWatch ของซีเอ็มอี กรุ๊ปบ่งชี้ว่า นักลงทุนประเมินโอกาส 87% ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 910 ธ.ค.นี้ เพิ่มขึ้นจาก 71% เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเจ้าหน้าที่เฟดจะเข้าสู่ช่วงงดให้ความเห็นก่อนการประชุมตั้งแต่วันเสาร์นี้ (29 พ.ย.)
คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีกำหนดแถลงในวันจันทร์ (1 ธ.ค.) โดยตลาดจับตาสัญญาณเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. ซึ่งอาจช่วยหนุนค่าเงินเยน
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ตลาดยังจับตาว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ หลังจากที่ผ่านมาอุเอดะยังคงรักษาท่าทีผ่อนคลายและยังไม่ส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ระดับอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์เยนในปัจจุบันและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลญี่ปุ่นอาจเพิ่มโอกาสให้มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย
รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 1.17 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปีงบประมาณนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยส่วนใหญ่จะมาจากการออกตราสารหนี้ใหม่
เงินปอนด์แข็งค่า หลัง เรเชล รีฟส์ รัฐมนตรีคลังของสหราชอาณาจักรเปิดเผยงบประมาณที่รอคอยมาอย่างยาวนานในสัปดาห์นี้
ดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าต่อเนื่องหลังข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจแคนาดาเติบโตเร็วกว่าคาดในไตรมาส 3 โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกน้ำมันดิบและการใช้จ่ายภาครัฐ