ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (5 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีนี้
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.16% แตะที่ 98.267
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 156.23 เยน จากระดับ 156.86 เยนในวันศุกร์ (2 ม.ค.) และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7915 ฟรังก์ จากระดับ 0.7920 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3757 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3733 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1727 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.1724 ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3543 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3456 ดอลลาร์สหรัฐ
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 9 ม.ค. เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2569
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.5% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 4.6% ในเดือนพ.ย.
นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามสถานการณ์ในเวเนซุเอลา หลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลา โดยได้เข้าจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และซิเลีย ฟลอเรส ภรรยาของเขา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.) ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเข้าบริหารประเทศเวเนซุเอลาจนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจไปสู่รัฐบาลชุดใหม่
การดำเนินการดังกล่าวกับเวเนซุเอลาบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ ได้เข้าแทรกแซงละตินอเมริกาโดยตรงมากที่สุดนับตั้งแต่การบุกดินแดนปานามาในปี 2532 นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเตือนว่าอาจมีการใช้ปฏิบัติการโจมตีอีก หากเวเนซุเอลาขัดขวางความพยายามของสหรัฐฯ ในการเปิดอุตสาหกรรมน้ำมันในเวเนซุเอลาและหยุดยั้งการค้ายาเสพติด พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ว่า สหรัฐฯ อาจดำเนินการกับโคลอมเบียและเม็กซิโกเกี่ยวกับปัญหาการไหลเวียนของยาเสพติด
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับ 47.9 ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2567 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 48.4 จากระดับ 48.2 ในเดือนพ.ย.
ทั้งนี้ ดัชนียังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐฯ โดยเป็นการหดตัวเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน เนื่องจากผลกระทบจากการร่วงลงของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน