ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ณ เวลา 21.25 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.14% สู่ระดับ 98.625 ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่า 0.25% สู่ระดับ 1.171 เทียบยูโร และดีดตัวขึ้น 0.25% สู่ระดับ 158.65 เยน
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 1,000 ราย สู่ระดับ 200,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 207,000 ราย
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2568 ในวันนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 4.4% ในไตรมาสดังกล่าว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.3% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของการส่งออก, การใช้จ่ายของภาครัฐ และการลงทุน ขณะที่การนำเข้าปรับตัวลง
ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 0.6% ในไตรมาส 1/2568 ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี ก่อนที่จะมีการขยายตัว 3.8% ในไตรมาส 2
การหดตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 1/2568 มีสาเหตุจากการนำเข้าที่พุ่งขึ้น เนื่องจากภาคธุรกิจต่างรีบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ก่อนที่มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะมีผลบังคับใช้
ขณะเดียวกัน ตลาดจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 95.0% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 27-28 ม.ค.
นอกจากนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย.และต.ค. ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของเฟดจะอยู่ที่ระดับ 3.00-3.25% ในช่วงสิ้นปี 2569 จากปัจจุบันที่ระดับ 3.50-3.75%