ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (4 ก.พ.) หลังมีรายงานว่าภาคบริการของสหรัฐฯ ขยายตัวได้ดีเกินคาด ขณะที่นักลงทุนรอดูข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ซึ่งถูกเลื่อนไปเปิดเผยในสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.19% แตะที่ 97.616
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 156.82 เยน จากระดับ 155.77 เยนในวันอังคาร (3 ก.พ.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7766 ฟรังก์ จากระดับ 0.7756 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3668 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3644 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1809 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1811 ดอลลาร์ในวันอังคาร ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3663 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3684 ดอลลาร์
สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯ ทรงตัวที่ระดับ 53.8 ในเดือนม.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 53.5 โดยดัชนีปรับตัวเหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 แม้การจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่ชะลอตัวลง
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับที่ S&P Global รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.7 ในเดือนม.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 52.5 จากระดับ 52.5 ในเดือนธ.ค. โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน แม้ว่าความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวลง
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) เปิดเผยกำหนดการใหม่ในการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือนม.ค.ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์ก่อนหน้านี้ โดย BLS จะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันพุธที่ 11 ก.พ. จากเดิมที่มีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. และจะเปิดเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและการหมุนเวียนแรงงาน (JOLTS) ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ก.พ. จากเดิมที่มีกำหนดเปิดเผยในวันอังคารที่ 3 ก.พ.