ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (9 ก.พ.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยยอดค้าปลีกที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.02% สู่ระดับ 96.799
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 154.49 เยน จากระดับ 155.68 เยนในวันจันทร์ (8 ก.พ) และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3551 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3557 ดอลลาร์แคนาดา อย่างไรก็ดี ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7682 ฟรังก์ จากระดับ 0.7660 ฟรังก์
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1894 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1921 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3666 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3699 ดอลลาร์
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกทรงตัวในเดือนธ.ค. 2568 เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% เนื่องจากภาคครัวเรือนลดการใช้จ่ายในการซื้อสินค้าที่มีราคาสูงซึ่งรวมถึงรถยนต์ โดยข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของผู้บริโภคอยู่ในทิศทางที่ชะลอตัวลงเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569
ทั้งนี้ หลังมีการเปิดเผยรายงานยอดค้าปลีก เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนเม.ย. เป็น 36.9% จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 32.2%
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ (11 ก.พ.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 70,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4%
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลอื่น ๆ ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ในวันพฤหัสบดี และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์
สำหรับข้อมูลที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6,500 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 24 ม.ค.
สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐฯ (NFIB) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวลง 0.2 จุด สู่ระดับ 99.3 ในเดือนม.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 99.8
อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นยังคงได้รับแรงหนุนจากคาดการณ์ยอดขายที่สูงขึ้น แม้ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการขยายธุรกิจ