ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงทำให้นักลงทุนถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวทำให้นักลงทุนมองว่าอาจจะกระตุ้นให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.67% แตะที่ 99.046
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 157.76 เยน จากระดับ 157.23 เยนในวันจันทร์ (2 มี.ค.) และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7822 ฟรังก์ จากระดับ 0.7784 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3667 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3673 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1603 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1707 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3334 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3422 ดอลลาร์
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ล่วงเข้าสู่วันที่ 4 นับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต โดยกองกำลังอิสราเอลและสหรัฐฯ ยังคงระดมโจมตีเป้าหมายทั่วอิหร่าน ในขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับและปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยขณะนี้ความขัดแย้งกำลังขยายตัวไปยังเลบานอน
การที่อิหร่านขู่ว่าจะโจมตีเรือลำใดก็ตามที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับการหยุดชะงักของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซในตะวันออกกลาง ได้ผลักดันให้อัตราค่าขนส่งทั่วโลกและราคาน้ำมันดิบรวมถึงก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้น โดยช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญและเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณการใช้น้ำมันทั่วโลก
นักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นเงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยปัจจุบันนโยบายการเงินของเฟดถือว่าอยู่ในระดับที่คุมเข้มอยู่แล้ว อันเนื่องมาจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์ใช้มาตรการภาษีศุลกากร ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง