ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนค่า นลท.ลดถือสกุลเงินปลอดภัย-จับตา CPI สหรัฐฯ

ข่าวต่างประเทศ Wednesday March 11, 2026 07:02 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (10 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าการทำสงครามกับอิหร่านจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนัก และลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.36% แตะที่ 98.823

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 157.63 เยน จากระดับ 158.33 เยนในวันจันทร์ (9 มี.ค.) ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.777 ฟรังก์ จากระดับ 0.7799 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.357 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3591 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1644 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1578 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.346 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3388 ดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนในช่วงที่ผ่านมา จากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันร่วงลงกว่า 11% ในวันอังคาร หลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวว่า การทำสงครามกับอิหร่านจะยุติลง "ในเร็ว ๆ นี้" และยังกล่าวด้วยว่าสงครามมีความรุดหน้าอย่างมาก เมื่อเทียบกับกรอบเวลาเดิมที่เขาเคยประมาณการไว้ที่ 4 - 5 สัปดาห์

ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงหลังจากคริส ไรท์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า กองทัพอเมริกันได้อำนวยความสะดวกในการจัดการส่งน้ำมันออกจากช่องแคบฮอร์มุซ และให้การคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันยังคงไหลเข้าสู่ตลาดโลก

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 1.7% สู่ระดับ 4.09 ล้านยูนิตในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.89 ล้านยูนิต แต่เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านลดลง 1.4% ในเดือนก.พ.

ขณะที่ อโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15,500 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 21 ก.พ.

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2568 และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE)

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนี CPI ประจำเดือนก.พ.ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI จะเพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 2.4% เช่นกันในเดือนม.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 2.5% เช่นกันในเดือนม.ค.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ