ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (16 มี.ค.) เนื่องจากการชะลอตัวของราคาน้ำมันทำให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางขนาดใหญ่ของโลกหลายแห่งในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB)
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.65% แตะที่ 99.705
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 158.95 เยน จากระดับ 159.61 เยนในวันศุกร์ (13 มี.ค.) ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7867 ฟรังก์ จากระดับ 0.7899 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3670 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3734 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1521 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1440 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3245 ดอลลาร์
ธนาคารกลางขนาดใหญ่ของโลกจำนวน 8 แห่งจะจัดการประชุมในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางอังกฤษ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ธนาคารกลางแคนาดา ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ ธนาคารกลางออสเตรเลีย และธนาคารกลางจีน
ทั้งนี้ ธนาคารกลางออสเตรเลียจะประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินในวันอังคารที่ 17 มี.ค. ส่วนธนาคารกลางสหรัฐ และธนาคารกลางแคนาดาจะประกาศในวันพุธที่ 18 มี.ค. ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางอังกฤษ ธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์จะประกาศในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค. ส่วนธนาคารกลางจีนจะประกาศในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทุกแห่งจะประกาศคงอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ ยกเว้นธนาคารกลางออสเตรเลียที่คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 17-18 มี.ค. โดยคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด หลังเสร็จสิ้นการประชุม เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ รวมทั้งจับตารายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ