ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ยูโร-ปอนด์แข็งค่าเทียบดอลลาร์ หลัง ECB-BoE คงดอกเบี้ย-เตือนเงินเฟ้อสูง

ข่าวต่างประเทศ Friday March 20, 2026 07:12 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สกุลเงินเยน ยูโร และปอนด์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ), ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อสูงอันเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.87% แตะที่ 99.222

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 157.83 เยน จากระดับ 159.41 เยนในวันพุธ (18 มี.ค.) แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7905 ฟรังก์ จากระดับ 0.7902 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3727 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3701 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.156 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1516 ดอลลาร์ในวันพุธ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3404 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3341 ดอลลาร์

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันพฤหัสบดีตามคาด และระบุในแถลงการณ์ว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยทำให้เงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่จะอยู่ในช่วงขาขึ้น และให้การเติบโตทางเศรษฐกิจมีความเสี่ยงขาลง

ด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.75% ในการประชุมวันพฤหัสบดี และระบุในแถลงการณ์ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ทำให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาเชื้อเพลิงและค่าสาธารณูปโภคของภาคครัวเรือน และยังมีผลกระทบทางอ้อมผ่านต้นทุนของภาคธุรกิจ โดยขณะนี้ BoE กำลังจับตาความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของแรงกดดันเงินเฟ้อภายในประเทศ

ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% ในการประชุมวันพฤหัสบดีเช่นกัน พร้อมกับเตือนว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านอาจส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอตัวลง และผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น โดยย้ำว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเกี่ยวกับจังหวะเวลาของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 205,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 17.6% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน สู่ระดับ 587,000 ยูนิตในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นอัตราชะลอตัวมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 722,000 ยูนิต จากระดับ 712,000 ยูนิตในเดือนธ.ค. ส่วนเมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 11.3% ในเดือนม.ค.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ