ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (13 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังมีสัญญาบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจเปิดช่องทางเจรจาเพื่อยุติสงคราม
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.28% แตะที่ 98.370
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7859 ฟรังก์ จากระดับ 0.7893 ฟรังก์ในวันศุกร์ (10 เม.ย.) และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3800 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3830 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 159.50 เยน จากระดับ 159.28 เยน
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1728 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.1725 ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3477 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3463 ดอลลาร์สหรัฐ
ในช่วงแรก ดอลลาร์แข็งค่าขานรับแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ในการเจรจาสันติภาพซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศปากีสถานเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และกองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มปิดกั้นเรือไม่ให้เข้าออกท่าเรือของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่อิหร่านขู่ว่าจะตอบโต้ด้วยการโจมตีท่าเรือของประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย
แต่ดอลลาร์อ่อนแรงลงในเวลาต่อมา หลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวว่า คณะบริหารของเขาได้รับสายโทรศัพท์จากอิหร่านเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ โดยอ้างว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณถึงความกระตือรือร้นในการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งด้วยเช่นกัน
แม้ว่าปธน.ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้ตกลงที่จะเจรจากับอิหร่านอีกรอบก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เม.ย.หรือไม่ แต่สื่อหลายสำนักของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแหล่งข่าวในภูมิภาคว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างก็เปิดช่องทางไว้สำหรับการเจรจาเพิ่มเติม
นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์จาก ADP, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI), ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยจากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB), รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และการผลิตภาคอุตสาหกรรม
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองในสหรัฐฯ ลดลง 3.6% ในเดือนมี.ค. สู่ระดับ 3.980 ล้านหน่วยต่อปีเมื่อปรับตามฤดูกาล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2568 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ยอดขายอาจชะลอลงสู่ระดับ 4.06 ล้านหน่วยต่อปี