ดอลลาร์จ่อฟื้นตัวหลังร่วง 7 วันติด รับกระแสข่าวอาจรื้อฟื้นเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน

ข่าวต่างประเทศ Wednesday April 15, 2026 22:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ (15 เม.ย.) และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นเป็นวันแรกในรอบ 8 วันทำการ หลังจากร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสงครามอิหร่าน ขณะที่นักลงทุนกำลังประเมินความเป็นไปได้ที่จะมีการกลับมาเจรจาสันติภาพในเร็ว ๆ นี้

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.03% สู่ระดับ 98.11 หลังจากขึ้นไปแตะที่ 98.286 ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลง 0.01% สู่ระดับ 1.1794 ดอลลาร์

เมื่อเทียบกับเยน ดอลลาร์แข็งค่า 0.13% สู่ระดับ 158.98 เยน ขยับเข้าใกล้ระดับ 160 เยนที่เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเคยเข้าแทรกแซงค่าเงินในอดีต ขณะที่ปอนด์แข็งค่า 0.04% เทียบดอลลาร์ สู่ระดับ 1.3567 ดอลลาร์

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงไปแตะระดับ 97.968 เมื่อวันอังคาร (14 เม.ย.) ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. หรือวันทำการแรกหลังเริ่มสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน แต่นักลงทุนมองว่าความต้องการสินทรัพย์ของสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง และโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยมีน้อยลง น่าจะช่วยพยุงดอลลาร์ไม่ให้ร่วงหนักไปกว่านี้

สถิติการร่วงลง 7 วันติดต่อกันของดอลลาร์ถือเป็นช่วงที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่สถิติร่วงลง 9 วันติดที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยอย่างน้อยสองครั้งในปีนี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่าสงครามกับอิหร่านอาจยุติลงในเร็ว ๆ นี้ โดยบอกให้ทั่วโลกจับตารอดู "สองวันที่น่าทึ่ง" ในขณะที่กองกำลังสหรัฐฯ ซึ่งปิดล้อมทางทะเลได้สกัดเรือที่พยายามออกจากท่าเรือของอิหร่านให้หันหัวกลับ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ กล่าวในวันนี้ว่า สหรัฐฯ ยังไม่ได้ตกลงอย่างเป็นทางการที่จะขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่าน แม้ว่าทั้งสองประเทศจะยังคงเจรจากันอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุข้อตกลงก็ตาม

สงครามดังกล่าวทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่ขนส่งน้ำมันและก๊าซถึงหนึ่งในห้าของโลก รวมถึงสินค้าสำคัญอื่น ๆ เช่น ปุ๋ย ถูกปิดกั้นโดยปริยาย นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและจุดชนวนความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวและเกิดภาวะเงินเฟ้อ

ทางด้าน คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ECB ยังไม่อยู่ในสถานะที่จะประเมินได้ว่า ภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นจากราคาน้ำมันในปัจจุบันเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว หรือรุนแรงถึงขั้นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ขณะที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า เศรษฐกิจในไตรมาสนี้จะชะลอตัวลงท่ามกลางสงครามอิหร่าน แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ดีและจะฟื้นตัวกลับมาได้ โดยเสริมว่าราคาน้ำมันดูเหมือนไม่ได้สร้างแรงกดดันต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อ

เบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ กล่าวว่า แม้เธอยังไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่เฟดจะต้องปรับเปลี่ยนเป้าหมายอัตราดอกเบี้ย แต่การลดหรือแม้กระทั่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตล้วนมีความเป็นไปได้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ