ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากสื่อรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิง
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.19% แตะที่ระดับ 99.020
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 159.26 เยน จากระดับ 159.51 เยนในวันพุธ (27 พ.ค.) ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7841 ฟรังก์ จากระดับ 0.7868 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3784 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3835 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1648 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1629 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.344 ดอลลาร์ จากระดับ 1.343 ดอลลาร์
สำนักข่าว Axios ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ รายงานว่า คณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งครอบคลุมถึงการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดให้การขนส่งเชิงพาณิชย์ดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ และอิหร่านจะเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่อยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ เนื้อหาของ MOU ยังระบุว่า สหรัฐฯ จะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่ออิหร่าน โดยจะยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือบางส่วนของอิหร่าน และอนุญาตให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันในวงจำกัด ในขณะที่อิหร่านจะให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์, จะหารือเกี่ยวกับการจำกัดหรือระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และจะเจรจาเกี่ยวกับการกำจัดหรือเจือจางคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ข้อตกลงดังกล่าวยังคงต้องได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่สำนักข่าวทาสนิมของอิหร่านรายงานในเวลาต่อมาว่า ร่าง MOU ฉบับนี้ยังไม่ได้รับการสรุปหรือยืนยัน
นักลงทุนประเมินข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐฯ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนมี.ค.
ขณะที่ดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนมี.ค.
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2569 โดยระบุว่า GDP ขยายตัว 1.6% ในไตรมาสดังกล่าว ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 2.0% แต่สูงกว่าการขยายตัวที่ระดับ 0.5% ในไตรมาส 4/2568 ซึ่งขณะนั้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์