ตลาดการเงินกำลังจับตาศักยภาพและความพร้อมของรัฐบาลญี่ปุ่นในการปกป้องค่าเงินเยน หลังเงินเยนอ่อนค่ากลับเข้าใกล้ระดับที่เคยกระตุ้นให้ทางการเข้าแทรกแซงตลาดเมื่อเดือนก่อน
ในช่วงปลายเดือนเม.ย. และต้นเดือนพ.ค. ญี่ปุ่นใช้เงินราว 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเข้าแทรกแซงตลาดผ่านการซื้อเงินเยนหลายรอบ ซึ่งถือเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยของทุนสำรองระหว่างประเทศมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์จำนวนมากมองว่า ญี่ปุ่นไม่สามารถนำทุนสำรองทั้งหมดหรือส่วนใหญ่มาใช้ได้จริง ขณะที่แรงเก็งกำไรฝั่งขายเงินเยนเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทำให้ทางการพยายามสร้างแรงกดดันต่อตลาดเพื่อให้ระมัดระวังต่อความเป็นไปได้ในการเข้าแทรกแซง
นักกลยุทธ์ตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของบริษัทมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ มอร์แกน สแตนลีย์ ซีเคียวริตีส์ (Mitsubishi UFJ Morgan Stanley Securities) ระบุว่า ยิ่งทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงมากเท่าใด ญี่ปุ่นก็จะยิ่งดูเปราะบางต่อการโจมตีของนักเก็งกำไรมากขึ้น พร้อมมองว่าแรงกดดันจากการขายเงินเยนยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย และสงครามจิตวิทยาระหว่างตลาดกับทางการมีแนวโน้มจะดำเนินต่อไป
การแทรกแซงค่าเงินผ่านการซื้อเงินเยนจำเป็นต้องใช้การขายสินทรัพย์ต่างประเทศ ซึ่งญี่ปุ่นถือครองอยู่ราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนเม.ย. โดยหลังหักวงเงินประมาณ 10 ล้านล้านเยน หรือราว 6.278 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐที่ใช้ในการแทรกแซงช่วงเดือนเม.ย.และพ.ค. จะเหลือวงเงินประมาณ 150 ล้านล้านเยน หรือเพียงพอสำหรับการแทรกแซงราว 30 รอบ ตามการประเมินของนักเศรษฐศาสตร์จากโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs)
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า ญี่ปุ่นไม่สามารถใช้สินทรัพย์ต่างประเทศทั้งหมดได้จริง เนื่องจากอาจกระทบต่อมูลค่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นยังต้องพึ่งพาความร่วมมือจากสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เคยดำเนินการ "rate checks" ซึ่งช่วยกดให้อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ/เยนปรับลดลงในเดือนม.ค.
นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยเอ็นแอลไอ (NLI Research Institute) มองว่า ความเข้าใจจากสหรัฐฯ เป็นปัจจัยสำคัญต่อประสิทธิภาพของการแทรกแซงค่าเงิน พร้อมเตือนว่า หากสหรัฐฯ ส่งสัญญาณไม่เห็นด้วย อาจกระตุ้นให้นักลงทุนเร่งเทขายเงินเยนออกมามากขึ้น
ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังอาจเผชิญข้อจำกัดจากมาตรฐานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งระบุว่า ประเทศที่เข้าแทรกแซงตลาดบ่อยเกินไปอาจเสี่ยงสูญเสียสถานะ "อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวเสรี" แต่ อัตสึชิ มิ มูระ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการทูตการเงินของญี่ปุ่นยืนยันว่า กฎของ IMF ไม่ได้เป็นข้อจำกัดต่อจำนวนครั้งในการแทรกแซงตลาดของรัฐบาล
ด้านนักกลยุทธ์ตลาดของธนาคารอาโอซอระ (Aozora Bank) มองว่า การควบคุมความผันผวนรุนแรงของค่าเงินมีความสำคัญมากกว่า และแม้ญี่ปุ่นจะสูญเสียสถานะค่าเงินลอยตัวเสรี ทางการก็คงไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวมากนัก
เงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับ 159.65 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่ตลาดคาดว่าญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงค่าเงินเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นมีกำหนดประกาศในเวลา 17.00 น. ตามเวลาไทยวันนี้ ถึงยอดรวมการใช้เงินเพื่อแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศนับตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. เป็นต้นมา
ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่นปฏิเสธแสดงความเห็นอีกครั้งว่า กระทรวงฯ ได้เข้าแทรกแซงตลาดหรือไม่ โดยย้ำเพียงว่า เจ้าหน้าที่พร้อมดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดหากมีความจำเป็น