ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (2 มิ.ย. ) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.02% แตะที่ 99.219
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 159.91 เยน จากระดับ 159.76 เยนในวันจันทร์ (1 มิ.ย.) และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7873 ฟรังก์ จากระดับ 0.7864 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3832 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3842 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1628 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1631 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3469 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3458 ดอลลาร์
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้ (5 มิ.ย.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 95,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือนพ.ค.
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 731,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.62 ล้านตำแหน่งในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2567 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 6.87 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 6.89 ล้านตำแหน่งในเดือนมี.ค.
นักลงทุนยังคงติดตามความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือนและเพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดให้มีการสัญจรอีกครั้ง โดยล่าสุดสำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานในอังคารว่า อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจาจะยังคงดำเนินต่อไป
นับจนถึงขณะนี้ อิหร่านยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธร่างข้อตกลงฉบับล่าสุดจากสหรัฐฯ โดยแหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านกำลังใช้แนวทางที่แข็งกร้าว เนื่องจากมองว่าสหรัฐฯ มักจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และอิหร่านยังคงไม่มีความไว้วางใจสหรัฐฯ
สงครามที่ยืดเยื้อได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น ซึ่งทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง และเพิ่มความเป็นไปได้ที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ โดยล่าสุด เบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจเป็นสิ่งจำเป็น หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง