ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (9 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากอิหร่านและอิสราเอลตกลงที่จะยุติการโจมตีตอบโต้ซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน หลังจากอิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ ตก และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะทำการตอบโต้
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.13% แตะที่ 99.909
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1550 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1528 ดอลลาร์ในวันจันทร์ (8 มิ.ย.) ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3388 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3339 ดอลลาร์
ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 160.36 เยน จากระดับ 160.26 เยนในวันจันทร์ แต่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3952 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3956 ดอลลาร์แคนาดา และทรงตัวเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7979 ฟรังก์
อิหร่านและอิสราเอลยืนยันว่าได้ยุติการโจมตีระหว่างกัน หลังปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงตอบโต้กันในทันที แม้อิหร่านระบุว่าจะกลับมาโจมตีอีกครั้ง หากอิสราเอลยังคงโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงเปราะบาง หลังจากปธน.ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อการที่อิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ (Apache) ของสหรัฐฯ ตก และขู่ว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้อิหร่าน
"ผมเพิ่งได้รับรายงานจากกองทัพอันยิ่งใหญ่ของเราว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา อิหร่านได้ยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยลำหนึ่งของเราตก ขณะกำลังลาดตระเวนเหนือช่องแคบฮอร์มุซ มีนักบินอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ 2 นาย ซึ่งทั้งสองคนปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ จำเป็นต้องตอบโต้การโจมตีครั้งนี้" ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันอังคาร
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 3.2% สู่ระดับ 4.17 ล้านยูนิตในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.07 ล้านยูนิต
เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านเพิ่มขึ้น 3.2% เช่นกันในเดือนพ.ค.
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (10 มิ.ย.) ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. จากระดับ 3.8% ในเดือนเม.ย. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% ในเดือนเม.ย.