ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (15 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงคราม ซึ่งข่าวดังกล่าวได้ฉุดราคาน้ำมันร่วงลง และอาจลดแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีนี้
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.12% แตะที่ 99.631
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1595 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1575 ดอลลาร์ในวันศุกร์ (12 มิ.ย.) ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3419 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3416 ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.794 ฟรังก์ จากระดับ 0.7968 ฟรังก์ในวันศุกร์ แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 160.31 เยน จากระดับ 160.24 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3987 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.398 ดอลลาร์แคนาดา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) แล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามและกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส นอกรอบการประชุม G7 ที่เมืองเอเวียง-เลส์-แบงส์ ประเทศฝรั่งเศสว่า "ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะกล่าวว่า ข้อตกลงได้รับการลงนามเรียบร้อยแล้ว และช่องแคบฮอร์มุซก็ได้ถูกเปิดแล้วบางส่วน เรือจำนวนมากกำลังเริ่มเดินทางออกมาแล้ว และในวันศุกร์จะมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์"
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า บันทึกความเข้าใจดังกล่าวได้รับการลงนามผ่านระบบดิจิทัลโดยปธน.ทรัมป์, รองปธน.เจดี แวนซ์ และโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ส่วนพิธีลงนามอย่างเป็นทางการมีกำหนดจะจัดขึ้นในวันศุกร์นี้ที่กรุงเจนีวา
ข่าวความคืบหน้าดังกล่าวได้ฉุดราคาน้ำมันดิบร่วงลงกว่า 4% ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และล่าสุด เครื่องมือ CME FedWatch ระบุว่า นักลงทุนได้ปรับลดน้ำหนักต่อการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.ลงเหลือ 58% จากเดิมที่เกือบ 70% ในสัปดาห์ที่แล้ว
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านร่วงลงสู่ระดับ 35 ในเดือนมิ.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 37 จากระดับ 37 ในเดือนพ.ค.
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงมุมมองทั่วไปที่เป็นลบ โดยได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง และค่าใช้จ่ายด้านวัสดุ รวมทั้งการดิ่งลงของดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านทางภาคใต้ของประเทศ