ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (17 มิ.ย.) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งล่าสุดตามคาด แต่ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.55% แตะที่ 100.091
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 160.50 เยน จากระดับ 160.44 เยนในวันอังคาร (16 มิ.ย.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ0.7971 ฟรังก์ จากระดับ 0.7931 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4071 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3993 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1539 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1610 ดอลลาร์ในวันอังคาร ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3338 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3429 ดอลลาร์
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติเอกฉันท์ 12-0 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด
ส่วนในรายงานคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเฟดระบุว่า มีเจ้าหน้าที่เฟดจำนวน 9 คนคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปี 2569 เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น นอกจากนี้ รายงาน Dot Plot ยังระบุว่า เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมที่ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้
รายงานระบุว่า แถลงการณ์ของเฟดหลังการประชุมในครั้งนี้มีความยาวเพียง 130 คำเท่านั้น เมื่อเทียบกับ 341 คำในแถลงการณ์ที่เผยแพร่หลังการประชุมครั้งก่อนเมื่อวันที่ 29 เม.ย. โดยแถลงการณ์ฉบับนี้มีเพียงการสรุปสั้น ๆ เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตามด้วยคำมั่นสัญญาของเฟดในการทำให้เงินเฟ้ออยู่ภายใต้การควบคุม
ด้านเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า เฟดจะดำเนินการเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา และได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมเงินเฟ้อ นอกจากนี้ วอร์ชยังได้ฉีกธรรมเนียมปฏิบัติเดิมของอดีตประธานเฟด ด้วยการไม่ส่งข้อมูล Dot Plot ของตนเองรวมอยู่ในการคาดการณ์รายไตรมาส
เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมเฟดในครั้งนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสมากขึ้นที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ย. และลดโอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิมจนถึงสิ้นปีนี้ลงเหลือ 13% เทียบกับระดับ 40% ก่อนการประชุมเฟด
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.5% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนเม.ย. และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 6.88% ในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 4.79% ในเดือนเม.ย.
สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) พุ่งขึ้น 3.8% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 1.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนเม.ย. และเมื่อเทียบรายปี ดัชนีเพิ่มขึ้น 4.8% ในเดือนพ.ค.
ทั้งนี้ ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย เป็นมาตรวัดจำนวนสัญญาซื้อบ้านมือสองที่มีการเซ็นสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้ปิดการขาย และโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนสำหรับการเซ็นสัญญาจนกระทั่งปิดการขาย