ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (26 มิ.ย.) โดยเป็นการอ่อนค่าลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน หลังข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดและการปรับตัวลงของราคาน้ำมันช่วยลดกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้เงินเยนยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับที่ทำให้ตลาดยังคงจับตาความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงค่าเงิน
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.07% แตะที่ 101.357
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนแตะ 161.74 เยนในวันศุกร์ จาก 161.80 เยนในวันพฤหัสบดี นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินฟรังก์สวิส โดยอยู่ที่ 0.8097 ฟรังก์ จาก 0.8098 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา โดยอยู่ที่ 1.4192 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.4197 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1386 ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ จากระดับ 1.1373 ดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3200 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3198 ดอลลาร์สหรัฐ
แม้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงในวันศุกร์ แต่ยังคงแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบรายสัปดาห์ และมีแนวโน้มปิดเดือนมิ.ย.ด้วยการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. หลังแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือนเมื่อต้นสัปดาห์นี้
ข้อมูลที่เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ ออกมาสอดคล้องกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงราว 4% ในวันศุกร์ (26 มิ.ย.) ทำให้ตลาดลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก LSEG ยังแสดงให้เห็นว่า ตลาดยังคงคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวมประมาณ 0.25% ภายในปีนี้
ดอลลาร์สหรัฐเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยการแข็งค่าติดต่อกัน 3 วัน โดยสานต่อแนวโน้มขาขึ้นที่เริ่มตั้งแต่สัปดาห์ก่อน หลังแถลงการณ์นโยบายการเงินของเฟด ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของ เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งถูกนักลงทุนมองว่า มีท่าทีเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ
นักวิเคราะห์จาก FXStreet ในนครนิวยอร์ก กล่าวว่า นอกจากปัจจัยจากเควิน วอร์ช และข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหม่แล้ว ดอลลาร์สหรัฐยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่ามาตั้งแต่เดือนม.ค. ดังนั้น การอ่อนค่าลงเล็กน้อยในระยะนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดกังวลในวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง