ดอลลาร์ร่วงหลุด 112 เยน หลังสว.สหรัฐขวางร่างกฎหมายประกันสุขภาพ

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday July 19, 2017 20:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 112 เยนในวันนี้ หลังจากที่ความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพยังคงเผชิญอุปสรรคในวุฒิสภา ซึ่งอาจกระทบต่อความพยายามในการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การปรับลดภาษี และการใช้จ่ายงบประมาณ

ณ เวลา 20.34 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์ร่วงลง 0.38% สู่ระดับ 111.63 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.56% สู่ระดับ 128.72 เยน และร่วงลง 0.19% สู่ระดับ 1.1530 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.10% สู่ระดับ 94.70

นายฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ปธน.ทรัมป์ได้เชิญวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันเข้าพบที่ทำเนียบขาวในวันนี้ หลังจากที่เมื่อวานนี้ความพยายามในการผลักดันให้มีการยกเลิกกฎหมายประกันสุขภาพฉบับโอบามาแคร์ได้ประสบความล้มเหลวอีกครั้ง

ทั้งนี้ ความพยายามของวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันในการลงมติเพื่อยกเลิกกฎหมายประกันสุขภาพ "โอบามาแคร์" ของรัฐบาลชุดก่อน โดยที่ยังไม่มีร่างกฎหมายฉบับใหม่เข้ามาบังคับใช้แทนที่นั้น ประสบกับความล้มเหลวอีกครั้ง หลังจากที่นางลิซา เมอร์คอว์สกี นางเชลลีย์ มัวร์ และนางซูซาน คอลลินส์ ซึ่งเป็นวุฒิสภาชิกจากพรรครีพับลิกันได้ประกาศที่จะคัดค้านแผนการดังกล่าวซึ่งผลักดันโดยวุฒิสมาชิกมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากของรีพับลิกันในวุฒิสภา

นอกจากนี้ นายไมค์ ลี วุฒิสมาชิกรัฐยูทาห์ นายเจอร์รี มอร์แรน วุฒิสมาชิกรัฐแคนซัส พร้อมด้วยนายแรนด์ พอล วุฒิสมาชิกจากรัฐเคนทักกี ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนที่จะโหวตคัดค้านร่างกฎหมายประกันสุขภาพฉบับปรับปรุงใหม่ในวุฒิสภาเช่นกัน

ปัจจุบัน พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา โดยมีจำนวนวุฒิสมาชิกทั้งหมด 52 ที่นั่งจากทั้งหมด 100 ที่นั่ง แต่การออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านของวุฒิสมาชิกดังกล่าว จะส่งผลให้พรรครีพับลิกันไม่สามารถรวบรวมคะแนนเสียงได้เพียงพอต่อการโหวตล้มเลิกกฎหมายโอบามาแคร์ในวุฒิสภาได้ เนื่องจากพรรคต้องการเสียงสนับสนุนอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง บวกกับคะแนนเสียงชี้ขาดจากรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ในฐานะประธานวุฒิสภาโดยตำแหน่ง ในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากัน

นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังถูกกดดัน หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อที่ซบเซาของสหรัฐ ซึ่งบ่งชี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

ขณะเดียวกัน นักลงทุนไม่ต้องการซื้อขายล็อตใหญ่ ก่อนรู้ผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารกลางยุโรปในวันพรุ่งนี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ