ดอลลาร์ดีดตัวขานรับตัวเลขเศรษฐกิจแข็งแกร่ง หลังอ่อนค่าจากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานต่ำกว่าคาด

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday November 3, 2017 22:17 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์ดีดตัวขึ้นในวันนี้ ขานรับตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ หลังจากที่อ่อนค่าลงก่อนหน้านี้จากการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่ต่ำกว่าที่คาดไว้

ณ เวลา 22.06 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์แข็งค่า 0.24% สู่ระดับ 114.35 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.17% สู่ระดับ 132.74 เยน และร่วงลง 0.41% สู่ระดับ 1.1608 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.26% สู่ระดับ 94.93

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนส.ค.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานจะเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนก.ย.

นอกจากนี้ ยอดสั่งซื้อสินค้าทุนพื้นฐาน ที่ไม่รวมหมวดอาวุธและเครื่องบิน พุ่งขึ้น 1.7% ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว หลังจากปรับตัวขึ้น 1.4% ในเดือนส.ค. โดยยอดสั่งซื้อดังกล่าวได้รับการจับตาว่าเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่น และแผนการใช้จ่ายในภาคธุรกิจ

ทางด้านผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ดัชนีภาคบริการของ ISM ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 60.1 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเปิดตัวดัชนีดังกล่าวในปี 2551 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 58.5

ก่อนหน้านี้ ดัชนีภาคบริการของ ISM อยู่ที่ระดับ 59.8 ในเดือนก.ย.

ดัชนีภาคบริการของสหรัฐยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขยายตัว โดยอยู่เหนือระดับดังกล่าวเป็นเวลา 94 เดือนติดต่อกัน

ก่อนหน้านี้ ดอลลาร์อ่อนค่าลง จากการที่นักลงทุนผิดหวังต่อการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่ต่ำกว่าที่คาดไว้

กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาดในเดือนต.ค. โดยปรับตัวขึ้นเพียง 261,000 ตำแหน่ง ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะพุ่งขึ้น 310,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.1% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวที่ 4.2%

ส่วนตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนก.ย.เพิ่มขึ้นเพียง 18,000 ตำแหน่ง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ และเออร์มา ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจในรัฐเท็กซัส ฟลอริดา และอีกหลายรัฐทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐต้องปิดกิจการ ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากประสบภาวะตกงานชั่วคราว


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ