ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก วิตกเศรษฐกิจ-การเมืองสหรัฐ

ข่าวหุ้น-การเงิน Saturday December 29, 2018 07:44 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองในสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ชัตดาวน์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อไปจนถึงปีหน้า

ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยนที่ระดับ 110.38 เยน จาก 110.73 เยน และอ่อนค่าเทียบฟรังก์สวิสที่ 0.9856 ฟรังก์ จาก 0.9860 ฟรังก์

ยูโรอ่อนเทียบดอลลาร์ที่ระดับ 1.1442 ดอลลาร์ จาก 1.1450 ดอลลาร์ ส่วนปอนด์แข็งค่าเทียบดอลลาร์แตะ 1.2691 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2647 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7046 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 0.7021 ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.07% สู่ระดับ 96.3965

นักลงทุนยังคงติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ที่หน่วยงานสหรัฐถูกปิดดำเนินงานเนื่องจากขาดงบประมาณ หรือชัตดาวน์ หลังจากวุฒิสภาสหรัฐได้ประกาศเลื่อนการประชุมพิจารณางบประมาณชั่วคราวออกไปเป็นวันจันทร์ที่ 31 ธ.ค. หลังจากที่การประชุมยังไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นการอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ปธน.ทรัมป์ได้ยื่นของบประมาณสำหรับก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกวงเงินกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นแคมเปญหาเสียงหลักของปธน.ทรัมป์ในปี 2559 แต่ทางฝั่งพรรคเดโมแครตยอมอนุมัติงบประมาณเพียง 1.3 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น โดยระบุว่า การสร้างกำแพงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในการยกระดับการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน

ปธน.ทรัมป์ได้ระบุข้อความขู่ผ่านทางทวิตเตอร์เมื่อวานนี้ว่า ตนพร้อมสั่งปิดชายแดนทิศใต้ของสหรัฐ หากสภาคองเกรสยังไม่ยอมอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงกั้นระหว่างสหรัฐกับเม็กซิโกตามที่เสนอไว้

ข้อความบนทวิตเตอร์ ระบุว่า "เราจะจำเป็นต้องสั่งปิดชายแดนทิศใต้ทั้งหมด หากพวกเดโมแครตที่ดีแต่ขัดขวางไม่ยอมให้เงินสร้างกำแพงให้เสร็จ" พร้อมกับขู่ว่า "ถ้าไม่สร้างกำแพงก็ปิดชายแดนไปเลย"

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจนั้น สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ลดลง 0.7% แตะระดับ 101.4 ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งลดลงจากระดับ 102.1 เมื่อเดือนต.ค.

เมื่อเทียบรายปี ดัชนีร่วงลง 7.7% ในเดือนพ.ย. โดยเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 11

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน หลังจากมีรายงานว่า คณะผู้แทนสหรัฐจะเดินทางไปยังประเทศจีนในวันที่ 7 ม.ค.ปีหน้า เพื่อเจรจาการค้ากับเจ้าหน้าที่ของจีน

นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันในเวลาต่อมาว่า จีนและสหรัฐมีแผนที่จะเจรจาการค้าในเดือนม.ค.ปีหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมเจรจากันแบบหน้าต่อหน้าครั้งแรกนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ตกลงที่จะสงบศึกการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนเป็นเวลา 90 วันเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ